จับกังชม “ปลาวาฬ” กล้าหาญย้อนใครด่าพ่อแม่จะยอมหรือไม่

 

รมว.แรงงาน แจง ไม่มีอำนาจสั่งบอร์ดสปส.ถอน-ใช้เงินลงทุน ชม “ปลาวาฬ” ป้องสถาบัน ย้อน ใครด่าพ่อแม่จะยอมหรือไม่ เชื่อคนหนุน “ศรีพันวา” มีอีกมาก


ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงเสียงวิจารณ์เรื่องการถือหุ้นโรงแรมศรีพันวา จ.ภูเก็ต ของคณะกรรมการกองทุนประกันสังคม (สปส.) ภายหลังนายวรสิทธิ์ อิสสระ หรือปลาวาฬ เจ้าของโรงแรม ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยต่อแกนนำม็อบนักศึกษา ว่า


อำนาจของ รมว.แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นใครไม่มีสิทธิ์ไปรับรู้เรื่องการลงทุนและการบริหารเงินของกองทุนสปส.ซึ่งเป็นเงินของผู้ประกันตน เพราะจะมีบอร์ด สปส.ที่มีปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธาน และกรรมการที่มีฝ่ายนายจ้างลูกจ้าง เลขาธิการ สปส. ดูแลอยู่


จากการสอบถามเรื่องดังกล่าวจากปลัดกระทรวงไม่ทราบว่าจะไปลงทุนอะไร เพราะจะทำเรื่องการอนุมัติกรอบลงทุนตามกรอบและระเบียบ ว่าจะลงทุนในความเสี่ยงได้กี่เปอร์เซ็นต์ จึงได้ถามไปที่บอร์ดลงทุนที่มีผู้จัดการกองทุนซึ่งสปส.จ้างมาเพื่อบริหารกองทุน โดยทราบว่าจะมีรายได้จากการลงทุนทุกอย่างกว่า 5 เปอร์เซ็นต์


การลงทุนในโรงแรมศรีพันวา ทราบว่าดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2556 ในขณะที่บอร์ดชุดปัจจุบันที่ตั้งขึ้นมาคือปลายปี 2558 ดังนั้น การลงทุนจึงเกิดก่อนบอร์ดที่ตั้งขึ้นมา และเรารู้แค่ว่าคนที่จะมารับบริหารลงทุนมีการรับประกันผลตอบแทน


เมื่อถามว่าภายหลังมีกระแสให้บอยคอตไม่เข้าพักในโรงแรม ทางสปส.จะทบทวนการลงทุนด้วยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า การลงทุนของ สปส.ที่ผ่านมาเป็นการทุนในภาพใหญ่ ส่วนการลงทุนที่มีความเสี่ยงจะลงทุนไม่มาก และที่ผ่านมาลงทุน 500 กว่าล้านบาท

 

จากวันที่ลงทุนจนถึงวันนี้ได้กำไร 200 กว่าล้านบาท และในช่วงนี้ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากโควิด -19 ถือเป็นเรื่องปกติที่ผลประกอบการจะขาดทุน ส่วนเรื่องความเสี่ยงในการลงทุน ขอย้ำว่าเราไม่ได้ลงทุนเป็น 1-2 หมื่นล้านบาท เราลงทุนแค่ 500 ล้าน และได้กำไรมา 200 กว่าล้านบาท


“ประเด็นของโรงแรมศรีพันวา เป็นการแสดงความเห็นส่วนตัวของผู้บริหารโรงแรม ถือเป็นสิทธิเสรีภาพของเขา ไม่เกี่ยวกับการลงทุน และผมคิดว่าคนที่รักสถาบันมีเยอะแยะ ก็น่าจะไปพักโรงแรมดังกล่าวนี้เยอะ ผมอยากให้มองมุมกลับ คนที่รักสถาบันทั้งประเทศ ก็คาดว่าจะไปพักโรงแรมนี้


ส่วนการลงทุนขอย้ำว่าจะไปสั่งให้ สปส. เลิกลงทุนผมสั่งไม่ได้ และขณะเดียวกันก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับโรงแรมด้วย เพราะถ้าเรามีธุรกิจก็มีสิทธิ์จะวิจารณ์ เรานึกถึงสิ่งที่เราเคารพนับถืออยู่และเทิดทูนในประเทศไทย


เปรียบเหมือนใครด่าพ่อแม่เราก็จะโกรธใช่หรือไม่ ถือเป็นเรื่องปกติ ดังนั้น การแสดงออกของนายวรสิทธิ์ ไม่ได้บอกว่าใครถูกใครผิด แต่ถือเป็นเรื่องสิทธิเสรีภาพ และชื่นชมที่นายวรสิทธิ์ กล้าพูดในสิ่งที่คิด” นายสุชาติ กล่าว