ชาวออสเตรเลียหนีไฟป่า หลังโหมหนักกว่า 130 จุด
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ.2562 เวลา 08:10 น.

 

ซิดนีย์ (รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) - ชาวออสเตรเลียนับร้อยครอบครัวอพยพหนีไฟป่าที่กำลังเกิดขึ้นมากกว่า 130 จุด ในพื้นที่สองรัฐขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหลังพบว่าไฟป่าบางจุดเกิดจากเด็กเล่นไฟ


 
ชาวบ้านในรัฐควีนส์แลนด์และรัฐนิวเซาท์เวลส์ สองรัฐทางตะวันออกของออสเตรเลียจำนวนนับร้อยครอบครัว ต้องอพยพละทิ้งบ้านเรือน หลังเกิดไฟป่ามากกว่า 130 จุด มาตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยที่รัฐควีนส์แลนด์ ประชาชนกว่า 400 คนต้องไปอาศัยตามศูนย์อพยพ หลังจากไฟป่า85 จุด เผาทำลายบ้านเรือนไปแล้ว 84 หลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 300 นาย กำลังทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมเพลิง ผู้บัญชาการตำรวจรัฐควีนส์แลนด์เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนหลังพบว่ามีไฟป่าอย่างน้อย 8 จุด ที่ต้องสงสัยว่าอาจเกิดจากเด็กเล่นไฟ และเพลิงได้ลุกลามต่อเนื่อง ส่วนที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดับไฟป่า ที่มีอยู่ประมาณ 55 จุด และได้เผาทำลายบ้านเรือนไปแล้ว 5 หลัง รวมพื้นที่ที่ถูกไฟป่าเผาผลาญไปแล้วหลายหมื่นไร่

 

ปีนี้ ไฟป่าออสเตรเลียมาเร็วกว่าปกติ โดยในรัฐนิวเซาท์เวลส์และวิคตอเรียทางใต้ซึ่งสภาพอากาศแห้ง มักจะเกิดไฟป่าช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน ส่วนรัฐควีนส์แลนด์ปกติแล้วไม่ค่อยเกิดไฟป่าบ่อยนัก แต่ปีนี้เป็นเรื่องผิดปกติ ประกอบกับเมื่อวานนี้มีกระแสลมแรงถึงเกือบ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความชื้นในอากาศต่ำ ทำให้ไฟป่ายิ่งโหมกระพือและลุกลามควบคุมได้ยาก สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียประกาศว่าในวันนี้จะยังมีลมแรงต่อไป และจะเริ่มอ่อนกำลังลงในวันพรุ่งนี้

 

ขณะที่มีรายงานว่า มาเลเซียส่งหน้ากากอนามัย 500,000 ชิ้น ไปยังรัฐซาราวัก เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่กำลังประสบปัญหามลพิษทางอากาศจากควันไฟที่ลอยมาจากอินโดนีเซีย ประเทศเพื่อนบ้าน หลังค่าดัชนีมลพิษทางอากาศในรัฐซาราวักบนเกาะบอร์เนียว ฝั่งมาเลเซีย อยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีหนึ่งเขตที่วัดค่าดัชนีได้ถึง 201 หรือระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประสบปัญหาควันไฟจากการเผาเตรียมพื้นที่ทางการเกษตรในอินโดนีเซียทุกปี สร้างความกังวลทั้งเรื่องสุขภาพของประชาชนและผลกระทบต่อการท่องเที่ยวที่ผ่านมาประเทศเพื่อนบ้านทั้งร้องเรียนเรื่องปัญหาและทั้งอาสาจะช่วยอินโดนีเซียแก้ปัญหามาตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากอินโดนีเซีย

 

ที่มา แนวหน้า