ตอน ภาวะรัฐล้มละลาย

 

นักข่าว(เก่า)เล่าเรื่อง(ตามอารมณ์) EP.11

ตอน ภาวะรัฐล้มละลาย

ที่จริงวันนี้ เป็นวันเกิดลุงตู่ 21 มีนาคม 2497 รวมอายุไข 66 ปี พอดี ก็บังเอิญพอดีกับที่ คุณอัศวิน ผู้ว่าฯกทม.ออกมาแถลงข่าว ชัตดาวน์ กทม.ปิดห้างร้าน ปิดสถานบริการ สถานศึกษา สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า ยกเว้นซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา คนเลยแตกตื่นกันใหญ่

 

ต่อมา ก็มีข่าวอีกว่า โฆษกตาโต ประจำทำเนียบ ชิงออกมาแถลง ว่ายังไม่ถึงขั้นต้องปิด เมือง ปิดห้าง คนก็เลยงงกันใหญ่สรุปจะปิดหรือไม่ปิด

 

ผู้ว่าฯอัศวิน เพื่อนรัก คุณประยุทธ์ ก็ออกมาแถลงอีกว่า ประกาศปิดจริง พร้อมโชว์ประกาศกทม.

 

คนก็เลยถามหาว่า คุณประยุทธ์ อยู่ไหน

 

เรื่องสำคัญ ขนาดนี้ คุณประยุทธ์ ทำไมไม่ประกาศเอง ชาวบ้านเขารอฟังอยู่

 

สรุปคือ วันที่ 22 มีนาคม เป็นต้นไปถึง 22 เม.ย. รวม 22 วันห้างปิด สถานบริการ ฟิตเนส สปา สถานบันเทิงทุกประเภทในกาม.ปิดหมด ยกเว้นส่วนที่เป็นซุปเปอร์มาเก็ต หรือห้างสะดวกซื้อทั้งหลาย เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี เซเว่น ท็อป ยังเปิดได้ ร้านขายยาเปิดได้ แต่ตลาดนัด ตลาดชุมชน ตลาดคนเดินปิดให้บริการ

 

ถามว่า มันต่างกันตรงไหน ในเมื่อคนตกใจแล้วแห่เข้าห้างสะดวกซื้อ ไปนั่งกินฟาสต์ฟู้ด รวมตัวกันอยู่ที่นั่นหมด

 

ส่วนใหญ่เป็นเพราะเริ่มไม่มั่นใจรัฐบาล กลัวจะอดตายมากกว่า

 

เพื่อนฝูงที่อยู่ต่างจังหวัด ส่งข่าวกันเข้ามาด้วยความเป็นห่วง มีคนกลัวจะติดโควิด ไปรอตรวจเชื้อตามโรงพยาบาลกันแน่นไปหมด เหมือนเป็นแฟชั่น หมอจะไปบอกว่า ไม่มีอาการ จะไม่ตรวจให้ คนก็โกรธ เพราะทุกคนที่ไปตรวจก็บอกมีอาการมาทั้งนั้น สรุปแล้วไม่มีใครได้ตรวจเพราะหมอไม่ตรวจให้อารมณ์ ค้างกลับบ้าน ไปนั่ง บ่น คุณประยุทธ์ แก้เครียด

 

หรือบางโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ กทม.นี่แหละ คนไปขอตรวจโควิด โรงพยาบาล ตอบกลับมาว่า โรงพยาบาลไม่มีน้ำยาตรวจเชื้อ กลับบ้านมือเปล่า ทำท่าเหมือนจะโดนโควิด จริงๆ

 

ก็พอดี หมอ ที่ประจำศูนย์ตรวจเชื้อ โรงพยาบาล จุฬาฯ ออกมาประกาศว่า ยาตรวจเชื้อใกล้จะหมดแล้ว อุปกรณ์การตรวจก็ใกล้จะขาดแคลน ขอให้ชาวบ้านที่ไม่มีอาการ ไม่ต้องมาตรวจ

 

ปรากฏว่าหมอคนนี้แกใจถึงดี พูดตรงไปตรงมา ก็เลยไม่มีใครในรัฐบาลเรียกแกไปใช้งาน

 

สรุปว่า จะเอาอย่างไรแน่ ไปตรวจก็ผิด ไม่ไปตรวจก็ผิดหาว่า ปิดบังไม่ยอมให้ความร่วมมือ

 

ปัญหาก็คือ ในแต่ละจังหวัดที่เพื่อนฝูงทำงานด้านปกครองและสาธารณสุขอยู่ แจ้งว่า พบผู้มีอาการจำนวนมาก วันละ 20-30 คน รวมแล้วน่าจะเป็นร้อยในแต่ละจังหวัด จะแยกอย่างไร ระหว่าง คนป่วย คนติดเชื้อ และกลุ่มเสี่ยง มันก็เสี่ยงด้วยกันทั้งหมด

 

ที่นี้เมื่อไม่มีที่ให้ คนป่วยอยู่ คนป่วยก็ไปรวมอยู่กับคนไม่ป่วย ในที่สุดก็ป่วยกันหมด

 

นี่คือข้อเสียของการปิดบังข้อมูลเพราะกลัวจะเสียหน้า หรือกลัวคนจะตื่นตระหนก

 

อย่าว่า แต่โรงพยาบาลรัฐ โรงบาลเอกชนก็ไม่อยากจะตรวจ เพราะค่าใช้จ่าย ไม่ต่ำกว่า 5 พันแน่นอน ตรวจแพงก็ถูกด่า ลูกค้าก็ไม่อยากเข้าโรงบาลเพราะมีคนป่วยโควิดอยู่

 

ส่วนคนที่ทั้งป่วยทั้งไม่มีเงิน ไม่มีทางเลือก ไม่ว่าจะป่วยเป็นโรคอะไรก็ไม่กล้าไปหาหมอเพราะกลัวว่า จะถูกกักตัว 14 วัน หมออิสรภาพ

 

จบด้วยเรื่องของหน้ากาก ที่คุณ อัจฉริยะ เอามาแฉ เป็นขั้นเป็นตอน เป็นกระบวนการว่าไปเอี่ยวกับใครบ้าง

 

เรื่องนี้ คนในทำเนียบ คงไม่ตื่นเต้นแล้ว เพราะ ได้ให้นายตำรวจใหญ่ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ไม่อย่างนั้น คงไม่กล้า ย้าย อธิบดีกรมการค้าภายใน เหลือ แต่ ยังไม่ได้ ปรับ ครม.แค่นั้นเอง

 

ปล. ถ้ามีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ เป็นร้อยเมื่อไหร่ คงไม่ใช่แค่ปิดกทม.คงได้ปิดกันทั้งประเทศ

 

การที่ คุณ อัศวิน แกจะตัดสินใจปิดกทม.คุณประยุทธ์ คงจะรู้แล้วเพราะสนิทกันจะตาย แค่ คุณประยุทธ์ แกไม่อยากจะเปิดเกมนี้เองเท่านั้น ก็บรรดา หมอๆที่เชิญมาเป็นที่ปรึกษา เชียร์ให้คุณประยุทธ์ ปิดอยู่ทุกวัน