นายกฯขอทุกฝ่ายร่วมมือ เป็นหนี้เหมือนกันทุกคน

 

(28 พ.ค. 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังจาก ส.ส. อภิปรายในการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน และการทำหน้าที่ของรัฐบาลในการออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

โดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ไม่สบายใจ ตนเองก็รู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่า เพราะต้องรับผิดชอบทุก ๆ คน แต่ก็ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ขอให้มั่นใจได้ว่าไม่มีการทุจริตแน่นอน รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่และทั่วถึง

 

"ทุกคนเสียภาษี ผมก็เสีย ท่านเป็นหนี้ผมก็เป็นหนี้ แต่เราจะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์ให้มากขึ้น ก็ต้องช่วยกันพัฒนาประเทศให้มีผลผลิต ให้เขาเอาเงินไปเสียภาษีได้ หนี้ไม่ได้เพิ่งมาเกิดสมัยรัฐบาลนี้ หนี้เกิดขึ้นมาตั้งนานแล้วจำนวน 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่รัฐบาลนี้ทำจนเหลือ 41% ถือว่าต่ำกว่าเดิมอีก" นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังย้ำด้วยว่า เงินที่รัฐบาลให้ไปนั้นเป็นเงินที่ให้ดำรงชีพในช่วงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 คงไม่สามารถนำไปผ่อนรถจักรยานยนต์ได้ ส่วนการเยียวยานักศึกษานั้นก็ต้องดูที่จำนวน ถ้าหากให้ดูแลทั้งหมดคงไม่ไหว เช่นเดียวกับการเยียวยาเกษตรกร ซึ่งตัวเองไม่อยากกลับไปพูดเพราะไม่อยากขัดแย้งกับใคร

 

ส่วนเรื่องการเรียนออนไลน์เป็นการให้นักเรียนไม่ลืมการศึกษา ซึ่งตนเองมองว่าเป็นเรื่องที่น่ารักที่ครอบครัวจะได้ทำกิจกรรมร่วมกับบุตรหลาน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะเข้าไปดูแล จึงขอให้ดูว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ไม่ใช่มาตั้งโจทย์ว่าอันนั้นไม่ดีอันนี้ไม่ดีเพราะจะคุยกันไม่รู้เรื่อง

 

ขณะที่ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า ตนเองและทุกคนเป็นคนร่วมชาติกันอยู่แล้ว ดังนั้น ต้องหาวิถีทางที่จะทำงานร่วมกันให้ได้ พร้อมกล่าวว่าผลจากการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดีมีผู้ติดเชื้อน้อยลง ซึ่งคาดการณ์ไม่ได้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ แต่หากไม่มี ศบค. เป็นศูนย์กลางการบริหารงานก็จะไม่ไปในทิศทางเดียวกัน หากมีปัญหาแล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบถ้าไม่ใช่รัฐบาล

 

ส่วนการให้ความสำคัญภาคใต้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 16 ปี ที่ยังไม่จบนั้นก็เพราะยังมีการลักลอบทำร้ายแล้วประชาชนจะปลอดภัยได้อย่างไร วันนี้หากทุกคนช่วยรัฐบาลไม่ถือว่าเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งประเทศไทยก็จะเดินไปข้างหน้า

 

ที่มา https://www.thaich8.com/