นายกฯยันไม่ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบ Video Conference ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีการรับเงินเยียวยาผู้ที่รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 5, 000 บาท ว่า จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบและมีอาชีพอิสระ ซึ่งหลังจากลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะต้องผ่านการคัดกรองจากระบบ AI เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติตามที่กระทรวงการคลังได้กำหนดไว้ก่อนจะมีการยืนยันและจ่ายเงินเข้าระบบ ดังนั้น ผู้ที่ลงทะเบียนทั้ง 20 ล้านคน จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับเงินเยียวยา
ส่วนที่ผู้ลงทะเบียนบางรายลงทะเบียนหลายครั้ง เพื่อเพิ่มโอกาสให้ได้รับเงินเยียวยานั้น ถือว่ามีการกรอกข้อมูลเป็นเท็จ หากตรวจสอบพบ จะมีการเรียกเงินคืนในภายหลัง ดังนั้น ขอให้ตรวจสอบสิทธิ์ของตนเองให้ดี


ทั้งนี้ ส่วนตัวขอให้ทุกคนเข้าใจและเห็นใจซึ่งกันและกัน ขออย่าตัดโอกาสการเข้าถึงความช่วยเหลือของผู้ที่ลำบากจริงๆ ส่วนบุคคลกลุ่มอื่นรัฐบาลจะเร่งหามาตรการมาดูแลยาวเพิ่มเติมในระยะที่ 3 และ ระยะที่ 4 ต่อไป เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน เพราะเชื่อว่าผลกระทบนี้จะอยู่นานพอสมควร ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องใช้งบประมาณปี 63 และงบประมาณจากภายนอกตาม พ.ร.บ.เงินกู้ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบัน ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ภายหลังจากมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครบ 1 สัปดาห์ ได้มีการทบทวนทุกมาตรการอย่างเข้มงวด โดยเบื้องต้นจะประเมินเดือนแรกก่อน เพราะพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สามารถประกาศใช้ได้ 3 เดือน หากยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อาจจะมีการประกาศมาตรการเข้มข้นตามลำดับ เพื่อขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คราวละ 1 เดือน เดือน และยืนยันว่า ยังไม่มีแนวคิดยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ให้มีอำนาจพิจารณา ทั้งประชาชนเข้า-ออก ในพื้นที่ ที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงมีอำนาจสั่งปิดสถานที่เสี่ยง ห้ามจัดกิจกรรมชุมนุม การห้ามจำหน่ายสุรา โดยเฉพาะการเล่นการพนัน ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะหนีไปเล่นที่ไหนก็ตามที่ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างเต็มที่


นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่สินค้าราคาสูงขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากมีหลายกิจการถูกสั่งปิด ทำให้ผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาสขึ้นราคานั้น หากประชาชนพบเห็นให้รีบแจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานเกี่ยวข้องที่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบและสามารถดำเนินการได้ทันที เพราะได้ให้อำนาจเพิ่มไปแล้วตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมไปถึงหนี้นอกระบบที่อาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในขณะนี้ จึงอยากขอร้องว่าอาจจะเลื่อนการผ่อนชำระออกไปก่อนและให้ดอกเบี้ยเป็นไปตามกฏหมายกำหนด ซึ่งหากพบให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการได้โดยเด็ดขาดยังไม่ละเว้น
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงข้อเรียกร้องที่หลายคนอยากให้มีการสั่งปิดกรุงเทพหรือการเดินทางออกต่างจังหวัดว่า ต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหลายอย่าง โดยย้ำว่า ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองอยากไปพื้นที่ที่มีคนแออัด โดยต้องรับผิดชอบตัวเองและคนอื่นอยู่เสมอ


นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงทำคมนาคม ไปพิจารณากรณีที่มีการเคลื่อนย้ายคนจำนวนมาก ซึ่งในการขนส่งของรัฐนั้นอาจจะต้องจำเป็นต้องลดการให้บริการขนส่งสาธารณะลง และหากยังดำเนินการกันเองไม่ได้ต้องจำเป็นต้องลดเที่ยวในการให้บริการหรืออาจจะมีการประกาศหยุดเพื่อลดการแพร่เชื้อตามสถานการณ์และความเหมาะสม


ส่วนการควบคุมชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศนั้นยืนยันว่า มีเฉพาะคนที่มีพาสสปอร์ตทำงานในประเทศไทย ที่ยังคงพำนักอยู่ในประเทศ ขณะที่คนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกลุ่มเสี่ยงจะต้องปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยการกักตัว 14 วัน และปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด เพราะการกับตัวเองตามภูมิลำเนา จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหมู่บ้าน อสม. และเจ้าหน้าที่ส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด


นายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวโดยการไลฟ์ผ่านเพจ ไทยคู่ฟ้า โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพและรับฟังการแถลงข่าวพร้อมทั้งไม่มีการถามตอบ ซึ่งตลอดการแถลงข่าวนายกรัฐมนตรี ได้ใส่หน้ากากผ้า และมีหลายครั้งที่หน้ากากเลื่อนลง ทำให้ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จมูกไม่ค่อยเข้ากับหน้ากากอนามัย จึงชอบขยับลงมาเวลาพูดตลอดเวลา และต้องขอโทษด้วย แล้วจะระมัดวังตัวเองให้มากที่สุด ก่อนจะกล่าวขอบคุณประชาชนทุกคน ด้วยความรัก ด้วยความห่วงใย จากนายกรัฐมนตรี จากรัฐบาลทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยขอให้ดูแลซึ่งกันและกันให้ดีที่สุด
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินลงมาจากตึกบัญชาการ 1 และได้โบกมือทักทาย สื่อมวลชนชนที่อยู่บริเวณด้านหน้าห้องสื่อมวลชน ก่อนจะยกสัญลักษณ์ ไอเลิฟยู และทำท่าคล้ายยืดเส้นยืดสาย ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า