ผู้นำอังกฤษจำใจส่งจดหมายถึงอียู ขอเลื่อนเบร็กซิต
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลา 08:18 น.

 

นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ส่งจดหมายที่ไม่มีการลงนามถึงสหภาพยุโรป ( อียู ) เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วย ต่อการที่สภาสามัญยังคงมีมติให้เลื่อนกำหนดการเบร็กซิตออกไปอีก 3 เดือน


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหรราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่าทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เลขที่ 10 ดาวนิงสตรีท ในกรุงลอนดอน ส่งหนังสือถึงนายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป 3 ฉบับ เมื่อวันเสาร์ เพื่อขอเจรจาต่อเวลาการออกจากสหภาพยุโรป ( อียู ) ตามกำหนดการซึ่งตอนนี้ยังคงอยู่ ณ วันที่ 31 ต.ค. นี้ โดยการส่งจดหมายทั้งสามฉบับเป็นไปตามมติเสียงข้างมากของสภาสามัญ 322 ต่อ 306 เสียง ให้สภาสามัญเป็นผู้มีอำนาจในการแปรญัตติ เลื่อนการมติการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียู จนกว่ารัฐบาลจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหภาพ หลีกเลี่ยงเบร็กซิตที่ "ไร้ข้อตกลง" ได้


อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ปฏิเสธลงนามในจดหมายฉบับแรก ว่าด้วยการขอเลื่อนกำหนดการเบร็กซิตออกไปอีก 3 เดือน เป็นวันที่ 31 ม.ค. ปีหน้า แม้ทีมงานของดาวนิงสตรีทส่งหนังสือกลับมาอีกครั้ง "เพื่อความแน่ใจ" ให้จอห์นสันลงนามก่อนส่งต่อไปยังอียู ซึ่งผู้นำสหราชอาณาจักรกล่าวว่าเขาเจตนาไม่ลงนาม เพื่อยึดมั่นต่อจุดยืนของตัวเองและแสดงให้ทุกฝ่ายเห็นว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนกำหนดการเบร็กซิต โดยจอห์นสันลงนามในจดหมายฉบับที่สอง ซึ่งมีสาระสำคัญว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรชุดปัจจุบันยังคงประสงค์ให้กำหนดการเบร็กซิตและข้อตกลงอื่น "เป็นไปตามเดิม" และยืนยันว่าการเลื่อนเบร็กซิตอีก "คือความผิดพลาดมหันต์" ส่วนจดหมายฉบับที่ 3 ลงนามโดยเซอร์ทิม บาร์โรว เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอียู อธิบายว่าการส่งจดหมายทั้งหมดถึงทัสก์ "เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมาย" หรือมติของสภาสามัญเท่านั้น


ขณะที่ต่อมาทัสก์กล่าวเพียงว่า เขาได้รับจดหมายทั้งหมดจากดาวนิงสตรีทแล้ว และจะนำเข้าสู่การหารือกับสมาชิกอียูอีก 27 ประเทศโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ อียูอนุมัติการเลื่อนกำหนดการเบร็กซิตมาแล้ว 2 ครั้งในปีนี้ และเพิ่งบรรลุ "ข้อตกลงใหม่" กับจอห์นสัน ในการประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ท่าทีของสมาชิกหลายประเทศโดยเฉพาะฝรั่งเศส เริ่มแสดงความไม่พอใจชัดเจนมากขึ้นต่อการที่เบร็กซิต "ซึ่งน่าเบื่อมากพอแล้ว" จะต้องกลับมาอยู่ในวาระหารือของที่ประชุมอีก

 

อนึ่ง การประชุมและการลงมติของสภาสามัญในกรุงลอนดอนครั้งนี้ เป็นการประชุมในช่วงสุดสัปดาห์ครั้งแรกในรอบ 37 ปี นับตั้งแต่การหารือเรื่องสงครามฟอล์กแลนด์ส ซึ่งประเทศคู่สงครามคืออาร์เจนตินา เมื่อปี 2525

 

ที่มา เดลินิวส์