ผ่าความเห็นหมอ "โคเคนรักษาฟัน"

 

จากกรณีที่ “บอส อยู่วิทยา” ถูกตรวจพบสารเสพติดโคเคนในตัว ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันจากหมอฟันว่าเป็นยาที่ใช้ในการรักษาทันตกรรมซึ่งที่มีส่วนผสมของสารโคเคนอยู่ ทำให้ไม่สั่งฟ้องเรื่องสารเสพติดนั้น บนสื่อโซเชียลได้มีการพูดถึงกรณีดังกล่าวอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะวงการทันตกรรม

 
โดยเพจเฟซบุ๊ก ใกล้หมอฟัน เพจให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องฟันชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ระบุข้อความว่าการรักษาทางทันตกรรมปัจจุบันเราไม่ใช้โคเคนแล้วครับ มีการใช้โคเคนเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เพื่อใช้ระงับอาการปวดจากการทำฟันตัวแรกๆ แต่โคเคนได้เสื่อมความนิยมลงเพราะขนาดที่ใช้รักษาใกล้เคียงกับขนาดที่เป็นพิษและฤทธิ์เสพติด ซึ่งไม่มีการใช้แล้วในปัจจุบันสำหรับใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ในงานทันตกรรม การรักษาทางทันตกรรมโดยเฉพาะการใช้ยาชาเฉพาะที่ในปัจจุบันจะใช้สารที่พัฒนาจากโคเคน ที่มีความปลอดภัย หรือมีพิษน้อยกว่า เช่น ลิโดเคน เมพิวาเคน อะทิเคน  ซึ่งยาชาที่เราฉีด จะไม่ฉีดเข้าเส้นเลือด แต่จะฉีดเพื่อให้ยาซึมซับระงับอาการเจ็บปวดบริเวณฟัน หรือเส้นประสาทตรงบริเวณนั้น อ้างอิงจากเอกสารสอนทันตกรรมเรื่องยาชาในทางทันตกรรม
อาจารย์ อุดมรัตน์ เขมาลีลากุล
ภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปาก
คณะทันตแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 


 

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ห้องทำฟันหมายเลข 10 ระบุว่า "เรื่องนี้จะไม่แปลกถ้าเป็นเมื่อ ศตวรรษที่ 18 !!! หมอฟันคนนั้นต้องนั่งไทม์แมชชีนมาแน่นอน
หนึ่งในยาที่ใช้มากที่สุดในทางทันตกรรม คือ ยาชา โดยยาชาตัวแรกที่นำมาใช้ทางการแพทย์คือโคเคน (cocaine) ในปี ค.ศ. 1859 (150 ปีมาแล้ว!!!) แต่ด้วยข้อเสียของโคเคนที่มีระยะเวลาการออกฤทธิ์สั้น และมีฤทธิ์เสพติด จึงมีการพัฒนายาที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายโคเคน ชื่อ Procaine ขึ้นในปีค.ศ. 1904

 

แต่ในปีค.ศ. 1948 มีการนำยาชาที่มีสูตรโครงสร้างต่างไปจาก cocaine และ procaine ได้แก่ lidocaine และมียาชาที่พัฒนาต่อเนื่องตามมาได้แก่ mepivacaine (ค.ศ. 1965) prilocaine (ค.ศ. 1983; ยาชนิดนี้ไม่มีใช้ในประเทศไทย) และ articaine (ค.ศ. 2000)


โดยยาชาทั้งสามกลุ่มนี้มีสูตรโครงสร้างคนละแบบกับโคเคน รวมทั้งกระบวนการขับยาออกจากร่างกายก็ได้สารเคมีคนละกลุ่มกับโคเคน"

 

 

โดยวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 เฟซบุ๊กเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ของนักเทคนิคการแพทย์ (ทนพ.) ภาคภูมิ เดชหัสดิน หัวหน้างานตรวจโรคติดเชื้อทางโลหิตวิธีอณูชีววิทยา ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยให้ความคิดเห็นในเคสนี้โดย โพสต์ข้อความระบุว่า


ทำไมขี้สงสัยกันจัง ก็แค่ชายคนนึงทำฟันเสร็จตอนดึกมากๆ แล้วบังเอิญว่าคลินิกหมอฟันครอบครองโคเคนเอาไว้ ก็เลยเอาโคเคนที่เลิกใช้ทางการแพทย์มาแล้ว 140 ปี เอามารักษานายคนนี้
จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เลยขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วไม่เกิน 80 ก.ม.ต่อชั่วโมง บาปบุญด้วยความซวย มีชายคนนึงขี่มอเตอร์ไซค์มาด้วยความประมาทและเปลี่ยนเลนกะทันหัน แน่นอนว่าใครล่ะจะไปเบรคทัน ก็เลยชนชายที่ขับรถประมาทเสียชีวิต และลากศพไปไกล  

 

 

ล่าสุด รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์และนักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ให้ความเห็นถึงกรณีดังกล่าวเป็นข้อความสั้นๆ รวม 2 โพสต์ ระบุว่า
"Cocaethylene ที่ตรวจพบในเลือด เกิดจากการเสพโคเคนร่วมกับแอลกอฮอล์ ไม่เกี่ยวกับโคเคนรักษาฟัน"

 


และอีกข้อความระบุว่า "โคเคนที่ใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ในงานทันตกรรมคือ Lidocaine หรือที่เรียกว่า lignocaine หมอใช้ปริมาณน้อย ต่างจากตัวที่ตรวจพบในเลือด"