พี่ใหญ่กับผู้มีพระคุณ ทางสองแพร่งวิกฤติระลอกใหม่

 

นักข่าว(เก่า)เล่าเรื่อง(ตามอารมณ์)มหากาพย์ชิงอำนาจ ตอน ระหว่างพี่ใหญ่กับผู้มีพระคุณ ทางสองแพร่งวิกฤติระลอกใหม่

 

วงสนทนาระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ กับ สี่ยอดกุมาร สมคิด อุตตม สนธิรัตน์ สุวิทย์ ค่อนข้างจะเคร่งเครียดสมควร สมคิดในฐานะพี่ใหญ่ของสี่ยอดกมาร ยืนยันการทำงานทุกอย่างเดินมาถูกทางแล้ว และจะต้องเดินหน้าต่อไป ไม่ควรที่จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรในเวลานี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องทำสงครามกับโควิด การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากนี้ ที่จะต้องเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะต้องรับมือกับม็อบการเมืองที่จะรวมหัวถล่มรัฐบาลอย่างเมามัน ถือโอกาสที่จะเผด็จศึกให้ได้ ไม่ควรเปลี่ยนม้ากลางศึก

 

ข้างฝ่ายพล.อ.ประวิตร ที่นั่งฟังอย่างเงียบได้ยืนยันถึงข้อเสนอของส.ส.ในการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะมีผลต่อพรรคและการทำงานของรัฐบาลในอนาคต โดยเฉพาะผลงานในการแก้ปัญหาโควิด มีข้อบกพร่องมากมายและกระทบกับพรรคและรัฐบาลโดยตรงนอกจากนี้ยังเป็นข้อบกพร่องในการทำงานทางการเมืองของ อุตตม ในฐานะหัวหน้าพรรคด้วย

 

วงสนทนาเริ่มจะเครียดขึ้นเรื่อยในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตัดบทว่าการจะปรับครม.หรือไม่ เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เพียงผู้เดียว แต่ตอนนี้ยังไม่คิดจะปรับส่วนเรื่องในพลังประชารัฐเป็นอำนาจของพล.อ.ประวิตร และส.ส.พรรคไม่เกี่ยวกับการปรับครม.

 

ด้วยเหตุนี้ทำให้ อุตตม ออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่ายังนั่งเก้าอี้เจ้ากระทรวงการคลัง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนายกฯยังให้ทำงานต่อ แต่ไม่ได้พูดถึงตำแหน่งหัวหน้าพรรคในอนาคต

 

อย่างที่เคยเล่าให้ฟังแล้วว่าการที่พลังประชารัฐพยายามดึงดันเป็นแกนนำรัฐบาลทำให้เกิดจุดอ่อนมากมาย

 

พรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ของจุรินทร์ และภูมิใจไทยของอนุทินที่รวมกันได้เกินกว่า 100 เสียงต่อรองเอาตำแหน่งกระทรวงเกรดเอ และตำแหน่งประธานสภาไปเกือบหมดที่ตกถึงท้องพลังประชารัฐเป็นกอบเป็นกำน่าจะมีอยู่แค่กระทรวงเดียวคือ พลังงาน และกระทรวงนี้ก็เป็นที่หมายมั่นปั้นมือของแกนนำคนสำคัญของพรรคอาทิ สุริยะ หรือ ณัฐพล ที่ต้องการจะชิงเก้าอี้มาครอง เมื่อไปตกอยู่ในมือของ สนธิรัตน์ สี่ยอดกุมาร จึงเกิดความไม่พอใจเป็นธรรมดา

 

การชิงอำนาจในพรรคพลังประชารัฐจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และศึกครั้งนี้มีแรงกระเพื่อมไปถึงพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยของอนุทินที่แสดงจุดยืนชัดเจน 

 

อยู่เคียงข้างพล.อ.ประวิตร เต็มตัว

 

ด้วยเหตุที่ว่าจะได้ไม่กระทบกับโควต้าของภูมิใจไทยในเวลานี้ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมนอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่จะได้ทวงบัญชีแค้นที่ สมคิดและสี่ยอดกุมารทำเอาไว้เรื่องของผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร สมคิดทำเอาไว้อย่างไร อนุทิน ศักดิ์สยาม รื้อหมด สมคิด สี่ยอดกุมาร ใช้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่กับเครือเนชั่น ถล่มกลับจน อนุทิน ถึงกับออกปาก เนชั่น ไม่ควรมายุ่งกับงานนี้

 

ถือว่าสมคิดและสี่ยอดกุมารอยู่ในภาวะเพลี้ยงพล้ำ

 

แต่ยังไม่หมดไพ่ในมือเสียเลยทีเดียว

 

สมคิด ยังมีสามมิตรถึงสมศักดิ์ อนุชา จะเอียงไปทางพล.อ.ประวิตร แต่ สุริยะ ยังถือหาง สมคิด สามมิตร สามร่าง แต่หัวใจเดียวกันเริ่มจะไขว้เขวการเกาะเกี่ยวด้วยผลประโยชน์ จะมาทำลายความสัมพันธ์ที่ลึกล้ำก็คราวนี้ขึ้นอยู่กับว่าท้ายที่สุดแล้ว สามมิตร จะลงเอยอย่างไร 


การเหยียบเรือสองแคมไม่ใช่เรื่องดีนัก


ไพ่ใบสุดท้ายที่สมคิดและสี่ยอดกุมารมีอยู่ในมือคือ กำนันสุเทพ ระหว่าง สุเทพ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร มีตำนานที่ลึกล้ำจากวิกฤติการเมืองในอดีต แต่ละคนมีความลับสำคัญที่กำเอาไว้ในมือมากมาย ความลับบางอย่างก็ต้องเก็บไว้จนวันตาย

 

เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ อยู่ตรงกลางข้างหนึ่งก็ผู้มีพระคุณที่สนับสนุนจนได้เป็นนายกฯข้างหนึ่งก็พี่ใหญ่ที่กินข้าวหม้อเดียวกันมาตั้งแต่หนุ่มๆ

 

จะตัดสินใจเลือกใครก็เจ็บทั้งนั้น

 

ในเมื่อเสือสองตัวอยู่ในถ้ำเดียวกันไม่ได้ เจ้าของถ้ำก็ต้องตัดสินใจเลือกอยู่ดี เพียงแต่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเจ็บน้อยที่สุด 

 

หรือในที่สุดต้องตัดสินใจลงจากหลังเสือเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด

 

ไพ่ใบสุดท้ายของสมคิดและสี่ยอดกุมารเดินทางเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ทันทีที่มีกระแสว่า สี่ยอดกุมารจะถูกเท

 

เพราะถ้าพล.อ.ประวิตร ขึ้นหัวหน้าพรรคได้ก็ต้องขึ้นผู้นำประเทศได้หมายถึงวาระสุดท้ายของลุงกำนันเช่นกัน

 

ถ้าจะวัดกันหมัดต่อหมัดถือว่า ณ จุดนี้ พล.อ.ประวิตร และคณะยังถือไพ่เหนือกว่า สี่ยอดกมารมีโอกาสต้องยกธงขาว 

 

เสียตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 

เรื่องราวกำลังเข้มข้นเร้าใจ