มหากาพย์ชิงอำนาจ ตอน ยุทธการยึดพรรค

 

นักข่าว(เก่า)เล่าเรื่อง(ตามอารมณ์) มหากาพย์ชิงอำนาจ ตอน ยุทธการยึดพรรค

 

ก่อนจะเข้าเรื่อง ต้องขอเล่าที่มาที่ไปของ พรรคพลังประชารัฐ กำเนิดจากความคิดที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไปต่อ สามพี่น้องเลยคุยกัน ว่าจะต่อท่ออำนาจ รัฐบาลหลังเลือกตั้งอย่างไรดี

 

เพราะรัฐธรรมนูญไปเขียนมัดตัวเอาไว้ว่า คนจะเป็นนายกฯ จะต้องอยู่ในบัญชีพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง 

 

ระหว่างโมเดล ใช้พรรคการเมืองเก่าที่มีอยู่แล้ว หรือจะตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาเลย เมื่อศึกษาบทเรียนจากในอดีตความล้มเหลวของทหารที่จะเดินต่อในเส้นทางการเมือง หลังยึดอำนาจ 

 

ได้ข้อสรุปว่าต้องตั้งพรรคเอง

 

เล่นจริงเจ็บจริง ไม่ใช่แค่ดารารับเชิญ โดยให้นักการเมืองเป็นคนบริหารจัดการ สุดท้ายก็ไปไม่รอด เป็นพรรคเฉพาะกิจวงแตกตอนจบ แถมยังโดนนักการเมืองหลอกรับประทาน

 

ฝ่ายเสนาธิการรับไปปฏิบัติ ทั้งอดีตนายทหารและบิ๊กทหารในกองทัพ รับภารกิจไปแทรกซึม พรรคการเมืองและนักการเมือง ใครไม่ยอม ก็ไม่มีที่ยืน เจอข้อหาการเมืองอ่วม 

 

ใครยอมก็ดึงเข้ามาเป็นพวก

 

คุณสมคิด ในฐานะที่คุ้นเคยกับนักการเมืองมาตั้งแต่สมัย ทักษิณ อาสาเดินงานให้ เดินสายคุยนักการเมืองทั้งฝั่งเพื่อไทย ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย และประชาธิปัตย์ 

 

ได้แนวร่วมมาพอสมควร โดยแลกกับผลประโยชน์ที่รัฐบาลขณะนั้นจะเสนอให้ได้นักการเมือง ที่อดอยากปากแห้งมานาน ขั้วการเมืองระส่ำระสาย เลยตัดสินใจมาร่วมกับคุณสมคิดพอสมควร

 

ท่ามกลางความไม่แน่ใจว่าพรรคทหารจะไปรอดหรือไม่ เพราะการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามเริ่มโจมตีว่า

 

จะเกิดพรรค สามทหาร มาต่อท่ออำนาจ

 

เลยต้องขอหลักประกันความมั่นใจกันหอมปากหอมคอ 

 

สุดท้ายมาลงตัวที่ พลังประชารัฐ มีชวน ชูจันทร์ ชาวบ้านธรรมดาๆตัวแทนชุมชน เป็นเจ้าของพรรค

 

เพื่อให้ดูว่าที่ไปที่มาของพรรคนี้ ไม่ได้เริ่มต้นจากพรรคทหาร หมากเกมนี้เข้าทางคุณสมคิดตั้งแต่บัดนั้น 

 

ถ้าจะต่อท่ออำนาจให้สำเร็จ ต้องไม่มีภาพของทหารมาเกี่ยวข้องได้โอกาสเสนอหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคเป็นพลเรือน

 

เป็นที่มาของ สี่ยอดกุมาร

 

คุณอุตตม คุณสนธิรัตน์ คุณสุวิทย์ และคุณกอบศักดิ์ ใครก็รู้ว่า เป็นเด็กในคาถาของ คุณสมคิด

 

และคุณสมคิดก็ตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ ปั้นเข้าสู่ถนนการเมือง เต็มตัวใส่ข้อมูลเข้าหู พล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันจนเคลิ้ม เห็นด้วยกับ คุณสมคิด

 

ขุนทหารที่ช่วยเดินเกมตั้งพรรคเลยต้องใส่เกียร์ ถอยมาซุ้มรอดูอยู่หลังจากทั้งๆที่ตอนเลือกตั้ง เดินชนอยู่หน้าฉากแท้ๆ

 

เท่ากับว่าหมากเกมนี้ คุณสมคิด ผ่านด่านไปได้อย่างสบายๆ เพียงแต่ว่า มาพลาดตอนที่มีการเสนอรายชื่อคนที่จะเป็น บัญชีนายกฯของพรรคที่รัฐธรรมนูญให้สามารถเสนอชื่อได้ ไม่เกิน 3 คน

 

พยายามที่จะเสนอชื่อคุณสมคิด เป็นตัวสำรอง เข้าไปด้วยแต่ถูกฝ่ายทหารคัดค้าน อยากให้เสนอชื่อเพียงคนเดียว

 

เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดดเด่น ซึ่งอันที่จริง ทหารอาจจะมองว่า พลเรือนกำลังจะข้ามเส้น คุณสมคิดกำลังคิดอะไรอยู่

 

เป็นความหวาดระแวงลึกๆทั้งนั้น

 

คุณสมคิดดูเหมือนว่าจะมองออกเช่นกัน ทำตัวเองให้โลว์โพร์ไพร์ ไม่ให้สะดุดห้องสะดุดตา

 

โดยเฉพาะ พี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร ที่คอยคุมเกมอยู่ตลอดเวลาระวังหลังให้พล.อ.ประยุทธ์ มาตลอดเห็นความผิดปกติบางอย่างมาตั้งแต่ต้น

 

แผนซ้อนแผน หมากซ้อนหมาก

 

เพราะฉะนั้นถ้าทหารยอมถอย พลังประชารัฐ จะถูกกลืนโดย สี่ยอดกุมาร เต็มตัว คุมทั้ง ส.ส. และครม. แบบเบ็ดเสร็จ

 

พล.อ.ประวิตร ไม่ใช่คนแก่ถือไม้เท้าธรรมดา แต่เป็นถึงพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์  ทุกก้าวของคุณสมคิด ทุกหมากของคุณสมคิด ทุกเกมของคุณสมคิด อยู่ในสายตามาตลอด

 

ยุทธการยึดพรรคพลังประชารัฐ จึงเกิดขึ้น ตั้งสายลับเข้าไปฝังตัวในสี่ยอดกุมาร ให้สามมิตร สมศักดิ์ สุริยะ อนุชา แยกตัว ออกมาใช้ วิรัช สันติเป็นตัวชน ใช้ร.อ.ธรรมนัส เป็นตัวล่อ 

 

ตัดความช่วยเหลือเก็บข้อมูลความลับ ที่มีส.ส.ไปเป็นไส้ศึกบันทึกเทปเอาไว้ทั้งหมด คุยกับใครติดต่อกับใคร เรียกส.ส.จากภาคไหน จังหวัดไปพบ ติดอามิส สินบนอะไรบ้าง 

 

แม้แต่สื่อ ข้าราชการ คนไหนไปให้ความร่วมมือกับ สี่ยอดกุมาร รู้หมด

 

จนกระทั่งล่าสุด ที่อุตตม และสนธิรัตน์ นัดประชุม ส.ส.ไม่ยอมเข้าประชุมพรรค แยกตัวเป็นอิสระ ไปพูดอะไรกับส.ส.เอาไว้บ้าง ไปยุส.ส. ให้แข็งข้อ

 

ก็ไม่พ้นสายตาไปได้

 

โดยเฉพาะที่มีนกสองหัว บางคน ไปพูดให้ร้ายสามพี่น้องแตกกันเละ ก็ยังรู้ถูกไปตบสั่งสอน ก็ทำมาแล้ว

 

สี่ยอดกุมาร หรือ จะสู้ สามทหาร

 

แม้คุณสมคิด จะใช้วาทศิลป์ ไปกล่อม พล.อ.ประยุทธ์ ขวาง พล.อ.ประวิตร นั่งหัวหน้าพรรค ด้วยเหตุผลเดิมๆ

 

ระวังจะถูกมองเป็นพรรคทหาร

 

แต่เที่ยวนี้ไม่ได้ผลเดินเข้ากับดัก ทหารจนได้

 

ได้เวลาที่ทหารจะยึดพรรคคืนก่อนจะสายเกินแก้ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือ สี่กุมาร ยังมี สามทหาร

 

สี่ยอดกุมาร ยิ่งดิ้น ก็ยิ่งเจ็บ คิดจะตั้งพรรคการเมืองแข่ง ด้วยแล้วก็เท่ากับไม่เหลือทางถอย มีแต่หนทางเข้าสู่ทางตัน

 

นาทีนี้มีแต่สามทหาร เท่านั้นที่เรืองอำนาจ

 

ไม่ใช่แค่ พลังประชารัฐ ที่ถูกยึดอำนาจคืนแต่พรรคการเมืองในปัจจุบันกำลังหนาวๆร้อนๆ

 

เจอฤทธิ์สามทหารเข้าไป

 

ทั้งพรรคเก่าแก่ พรรคประชานิยม ยังไปไม่เป็น

 

แล้วพรรคเกิดใหม่อย่างพลังประชารัฐจะไปเหลืออะไร