มหากาพย์ชิงอำนาจ ตอน หนามยอกอกผู้จัดการรัฐบาล

 

นักข่าว(เก่า)เล่าเรื่อง(ตามอารมณ์) มหากาพย์ชิงอำนาจ ตอน หนามยอกอกผู้จัดการรัฐบาล

 

พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ความสัมพันธ์ล้ำลึกยิ่งกว่าพี่น้องที่คลานตามกันมา เกือบจะทุกวันหลังเลิกงาน 2-3 ทุ่ม พล.อ.ประยุทธ์ จะยกหูปรึกษาหารือในทุกเรื่อง ความผูกผันในอดีตสมัยที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นร้อยโท พล.อ.อนุพงษ์ ยัง เป็นร้อยเอก และพล.ประวิตรเป็นพันตรี ในข่ายของบูรพาพยัคฆ์ที่พี่ใหญ่ ต้องคอยดูแลน้องทั้งสองคนเป็นอย่างดีกินข้าวหม้อเดียวกัน แม้ปัจจุบันเวลาจะล่วงเลยไปแค่ไหน บ้านหลังนั้นก็ยังถูกเก็บไว้

 

เรียกว่าบ้านนายพล เพราะมีนายทหารสามคมที่สาบานเป็นพี่น้องกันอยู่บ้านหลังนี้ด้วยกัน

 

และทุกคนก็ขึ้นชั้นเป็น ผบ.ทบ.เหมือนกัน

 

ถ้าจะบอกว่าพล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ ทะเลาะกันตัดความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องก็คงเป็นแค่ละครฉากหนึ่ง

 

ความเห็นอาจจะไม่ตรงกันมีอาการเคืองหรือไม่พอใจบ้างแต่ในท้ายที่สุดตัดไม่ตายขายไม่ขาด

 

ในวันที่พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นเป็นนายกฯอาจจะเป็นวันที่พล.อ.ประวิตร ยังงงกับเหตุการณ์ที่พลิกผัน แต่ก็เป็นวันที่ พล.อ.ประวิตรดีใจที่สุด 

 

แต่ในวันที่จูงมือกันออกจากกองทัพลงสนามการเมือง สถานการณ์เปลี่ยนไป 


 
อำนาจไม่เข้าใครออกใคร

 

ก็ต้องพิสูจน์อำนาจบารมีผู้จัดการตัวจริงให้สังคมได้เห็นว่าอะไรจริงอะไรปลอม

 

กองทัพ กำลังพล ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม 

 

มีใครบ้างที่ไม่เคยเข้าบ้านป่ารอยต่อ

 

นักการเมืองที่มีคดีติดตัวมีข้อร้องเรียนค้างอยู่ในองค์กรอิสระมีใครบ้างที่ไม่เคยไปบ้านป่ารอยต่อ

 

ที่สั่งไม่ฟ้องคดีการเมืองอาทิล่าสุด ข้อกล่าวหาทุจริตสนามฟุตซอลที่ โคราชคงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่นอน

 

ถ้าเทียบกับคุณสมคิด คุณอุตตม คุณสนธิรัตน์ นับว่ายังห่างกันมาก

 

ในแวดวงการเมืองที่ทัดเทียมกันในอดีต อาทิ ลุงกำนัน มีเรื่องเล่ามากมาย

 

สมัยม็อบ กปปส. ของลุงกำนันยังเรืองอำนาจมีคนมาเดินตามเป็นล้านประกาศประชาชนยึดอำนาจเป็นที่เรียบร้อยสั่งให้รัฐบาล คุณปู ไปรายงานตัว ให้ผบ.เหล่าทัพไปรายงานตัวออกเดินถนนทีต้องเตรียมถุงดำไปทีละ 20-30 ถุง เพื่อรับเงินบริจาคมีคนขับรถเอาแบงค์พันบึกใหญ่ๆมาหย่อนตู้บริจาคบริเวณเวทีชุมนุม

 

ผิดกับปัจจุบันจากหน้ามือเป็นหลังมือ

 

ลุงกำนันเดินถนนมีคนตามเชียร์เป็นหลักสิบตามโห่เป็นหลักร้อยอะไรก็เปลี่ยนไปทั้งนั้น

 

วันที่ม็อบเดือดจัดๆผบ.เหล่าทัพที่มีคุณ ประยุทธ์ เป็นหัวหน้าคณะ เชิญทั้ง คุณสุเทพ และคุณปู มาเจราตกลงกันในค่ายทหาร ผบ.เหล่าทัพ นั่งเป็นกรรมการ

 

ปรากฏว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง มช. งอแงคุยกันไม่รู้เรื่องเลยต้องจับนั่งรถตู้ไปส่งบ้านใคร บ้านมัน 

 

นัดเจรจากันอีกทีเชิญ คุณปูมาในข่ายทหารแล้ววิดีโอคอลเจรจากับลุงกำนัน เรื่องไม่จบเพราะลุงกำนันถือว่ามีไพ่เหนือกว่า เตรียมตั้งรัฐบาลประชาชน กองทัพ หน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ จะต้องมารายงานตัวกับรัฐบาลประชาชน

 

เรื่องเลยต้องไปจบที่ปลายกระบอกปืน

 

ก่อนจะลงมือยึดอำนาจฝ่ายทหารส่งซิกไปถึงคนทางไกล ตอนนั้น พักอยู่ที่ ฮ่องกง ขออย่างสร้างความวุ่นวายซ้ำเติมวิกฤติ ฤกษ์เดิมจะทำกันตั้งแต่หลังวันเด็กวันที่ 12 ม.ค. แต่ความไม่พร้อมหลายอย่างมาลงตัววันที่ 22 พ.ค.

 

ที่ต้องถือว่าทหารชุดนี้เขาถือฤกษ์ถือยามสมควร ไปทำพิธีกันที่วัดย่านฝั่งธนฯเอาเคล็ดก่อนปฏิบัติการยึดอำนาจจนเป็นผลสำเร็จ แบบง่ายดายไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อ

 

หลังจากนั้น บูรพาพยัคฆ์กลับมาใหญ่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามความหลากหลายในกองทัพที่มาจากหลายสายหลายความสัมพันธ์  เช่น ผบ.แดง ถึงจะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์เต็มตัว แต่ก็ไม่ได้ มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่น กับ พล.อ.ประวิตร อาจจะเป็นเพราะสายงานและเติบโตมาจากสายวงเทวัญ ความใกล้ชิดคุ้นเคยจึงไม่เท่ากับผู้บัญชาการเหล่าทัพคนอื่นๆ

 

เดินมาจนถึงจุดนี้วินาทีนี้อำนาจอยู่ที่ พล.ประวิตร เป็นของจริง 

 

ลุงกำนัน ที่แม้จะมีความเก๋าทางการเมืองมากกว่าแต่นาทีนี้ไม่ใช่พื้นที่ของนักการเมืองที่จะแสดงพลังอะไรได้ 

 

ความล้มเหลวในการยึดพรรคประชาธิปัตย์ของลุงกำนันเป็นการดับรัศมีของลุงกำนันตลอดกาล

 

วันนี้ไม่ใช่วันของลุงกำนันไม่ใช่วันของประชาธิปัตย์ไม่ใช่วันของเพื่อไทยอีกต่อไป

 

มหากาพย์ชิงอำนาจ ยิ่งล้วงยิ่งลึก เพราะการยึดอำนาจครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การยึดอำนาจ พรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือ ยึดอำนาจ ระบอบทักษิณ หรือ ยึดอำนาจ อภิสิทธิ์ 

 

แต่เป็นการยึดอำนาจการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ