ม็อบฮ่องกงตระเวนทำลายทรัพย์สินเย้ยจีน
วันที่เผยแพร่ วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลา 09:31 น.

 

กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและจีนแผ่นดินใหญ่ยังคงสวมหน้ากากออกมาเดินขบวน พร้อมทั้งตระเวนทำลายทรัพย์สินสาธารณะ แม้รัฐบาลใช้อำนาจพิเศษสั่งห้าม ด้านตำรวจฟ้องเด็กชายวัน 14 ปีที่ถูกยิงด้วยกระสุนจริง ฐานร่วมก่อจลาจลและเจตนาทำร้ายเจ้าหน้าที่

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าสำนักงานตำรวจฮ่องกงออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ เรื่องการจับกุมและดำเนินคดีกับเด็กชายวัย 14 ปี ฐานร่วมการจลาจลและเจตนาทำร้ายเจ้าพนักงาน ซึ่งเด็กชายคนดังกล่าวได้รับบาดเจ็บบริเวณขา จากการถูกตำรวจนอกเครื่องแบบยิงด้วยกระสุนจริงเพื่อป้องกันตัว โดยเด็กชายรวมอยู่ในกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่นายนี้ และจุดไฟเผาทำลายรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ ในย่านหยวน ล่ง ทางตะวันตกของเขตนิวเทร์ริทอรีส์ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาด้วย

 

ทั้งนี้ เด็กชายวัย 14 ปีซึ่งเจ้าหน้าที่สงวนนามเนื่องจากยังเป็นผู้เยาว์ ถือเป็นผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลคนที่ 2 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากกระสุนจริงของตำรวจและถูกดำเนินคดี ภายในระยะเวลาห่างกันเพียงไม่กี่วัน ต่อจากเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี ซึ่งถูกยิงระหว่างปะทะกับเจ้าหน้าที่ปราบจลาจล เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันชาติจีน และพนักงานสอบสวนสั่งฟ้องเด็กหนุ่มรายนี้ ในข้อหาร่วมก่อการจลาจลาจลและพยายามประทุษร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ด้วย

 

อนึ่ง สถานการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อนางแคร์รี แลม หัวหน้าคณะผู้บริหารฮ่องกง ประกาศการใช้อำนาจตามความในกฎหมายความคุมความสงบในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งบัญญัติขึ้นเมื่อปี 2465 ในสมัยที่ฮ่องกงยังอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักร ห้ามการสวมหน้ากากและเครื่องอำพรางใบหน้าทุกประเภท ตลอดจนการทาสีบนใบหน้า ระหว่างเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง ยกเว้นเฉพาะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และเตือนด้วยว่า หากมาตรการนี้ไม่ได้ผลและสถานการณ์ยิ่งรุนแรง เธอจะ "ใช้อำนาจฉุกเฉินอื่นเพิ่มเติม"  โดยอำนาจของเธอนั้นรวมถึงการสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจค้นผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องมีหมายศาล มาตรการ "ควบคุมสื่อ" การขอความช่วยเหลือจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) และการขอให้แผ่นดินใหญ่ประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉิน" หรือ "กฎอัยการศึก"

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประท้วงยังคงสวมหน้ากากออกมาเดินขบวนกันเมื่อวันเสาร์ และยังคงมีการทำลายทรัพย์สินสาธารณะเพิ่มเติมอีก ส่งผลให้มีการปะทะกับตำรวจปราบจลาจลซึ่งจับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้หลายสิบคน และเจ้าหน้าที่ได้ถอดหน้ากากของผู้ก่อเหตุออกด้วย ขณะที่ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ธนาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้ออย่างเซเวน อีเลฟเวน ที่ตามปกติเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ปิดบริการแทบทุกสาขา ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฮ่องกง ส่วนห้างร้านขนาดเล็กที่ยังเปิดให้บริการเต็มไปด้วยประชาชนซึ่งเริ่มกักตุนเสบียง ด้านบริษัทเอ็มทีอาร์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการระบบขนส่งมวลชนเร็วใต้ดินหรือรถไฟฟ้าใต้ดินของฮ่องกง ตัดสินใจเปิดให้บริการรถไฟสายด่วนเข้าออกท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง เมื่อช่วงบ่ายของวันเสาร์ แต่จะไม่จอดรับส่งผู้โดยสาร "ในพื้นที่เสี่ยง" และต่อมาเปิดให้บริการบางสถานี แต่เตือนว่าพร้อมปิดสถานีทุกเมื่อ

 

ที่มา เดลินิวส์