ญี่ปุ่นเผยยอดผู้เสียชีวิต ไต้ฝุ่นฮากิบิสอย่างน้อย 35 ราย

 

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นตั้งทีมงานเฉพาะกิจ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากอิทธิพลของไต้ฝุ่น "ฮากิบิส" แล้วรายงานกลับมายังส่วนกลางโดยเร็ว เพื่อเตรียมความช่วยเหลือด้านงบประมาณ ด้านพายุที่แม้เหลือเป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ทิ้งร่องรอยความเสียหายเป็นวงกว้าง

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่านายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับการทำงานของภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นฮากิบิส ซึ่งพัดถล่มพื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะฮนชู ทางตอนกลางของประเทศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าแม้พายุเคลื่อนตัวออกจากญี่ปุ่นและอ่อนกำลังลงเหลือเป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่ทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้มหาศาล ซึ่งเขาได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง "ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง" เพื่อให้กระบวนการช่วยเหลือประชาชนไม่ขาดตอน


ขณะเดียวกัน อาเบะกล่าวด้วยว่าผลกระทบจากมหาวาตภัยครั้งนี้เป็นเรื่องที่ "รอไม่ได้แม้วินาทีเดียว" และเขาจะไม่รอการส่งเรื่องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลและเทศบาลท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ โดยอาเบะได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจลงพื้นที่ในจังหวัดมิยางิ ฟุกุชิมะ ไซตามะ อิบารากิ โทจิงิ และนางาโนะ เพื่อประเมินความเสียหาย แล้วส่งรายงานกลับมาเพื่อที่รัฐบาลกลางจะได้จัดตั้งกองทุนหรือจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือต่อไป และนายเรียวตะ ทาเคดะ รัฐมนตรีด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ เตรียมเดินทางไปยังเมืองฟุกุชิมะเพื่อสำรวจสภาพของดรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ หลังบริษัทไฟฟ้าโตเกียว ( เทปโก ) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากแผ่นดินไหวและสึนามิ เมื่อเดือนมี.ค. 2554 รายงานการอ่านค่าของมาตรวัด "มีความคลาดเคลื่อนในช่วงหนึ่ง"

 

ด้านสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานโดยอ้างแหล่งข่าว ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของไต้ฝุ่นฮากิบิส ซึ่งเป็นภาษาตากาล็อกแปลว่า "ความเร็ว" อยู่ที่อย่างน้อย 35 คน แต่รายงานของรัฐบาลกลางยังระบุไว้ที่อย่างน้อย 14 คน ขณะที่กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ( เจเอสดีเอฟ ) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 30,000 นาย สนับสนุนการทำงานของหน่วยกู้ภัยพลเรือนมากกว่า 100,000 นาย ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ส่วนระบบขนส่งสาธารณะทั้งขบวนรถไฟและเที่ยวบินพาณิชย์ทยอยกลับมาให้บริการแล้ว แต่ยังมีความล่าช้าในหลายเส้นทางเนื่องจากระบบรางได้รับความเสียหาย

 

ที่มา เดลินิวส์