รัฐพร้อมหนุนชาวนาเต็มที่ ขอเดือดร้อนอย่าพันการเมืองลงถนน 

 

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้บริหาร นำชาวนาดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563 และผู้นำชาวนา เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพื่อรับฟังนโยบายด้านข้าว เนื่องในโอกาสวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2563 

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายและแนวทางการดำเนินงานด้านข้าว ว่า เข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวนาที่มีมาตั้งแต่ก่อนเกิดสถานการณ์ไวรัสโคโรนา 2019 รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรและชาวนา ด้วยหลักการที่เหมาะสมเน้นร่วมมือกันทำงาน ช่วงที่ผ่านมาก็ได้ไปพบปะกับกลุ่มเกษตรกรทั้งข้าว ยาง ปาล์ม เพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรคของกลุ่มเกษตรกรมาแล้ว
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความสำคัญของศูนย์ข้าวชุมชนว่า มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่ให้คำแนะนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี จัดหาเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมให้กับชาวนา โดยกรมการข้าวมีหน้าที่สำคัญให้การสนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์และการผลิตข้าวรวมทั้งพัฒนาชาวนาของประเทศ ทั้งนี้ เมล็ดพันธุ์ข้าวมีการผลิตมาจาก 3 ส่วนคือ ภาครัฐ เกษตรกร และภาคเอกชน โดยภาครัฐมีความต้องการเพิ่มการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวให้มากขึ้น ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาข้าวพันธุ์ใหม่ ทั้งนี้ ในส่วนของการผลิตข้าวต้องไม่ผลิตเกินความต้องการ ต้องดูอุปสงค์อุปทานของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตัวเลขความต้องการปริมาณข้าวจะเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำ การตลาด ที่จะเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาชาวนามีปัญหาการถูกกดราคาข้าวมาตลอด ซึ่งรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาโรงสีกดราคารับซื้อข้าว โดยให้มีการขึ้นทะเบียนโรงสี ให้เกษตรกรขายข้าวให้กับโรงสีที่ขึ้นทะเบียนจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งจะช่วยป้องกันปัญหาการปลอมปนข้าวด้วย โดยการขึ้นทะเบียนจะเป็นการบริหารข้อมูลเป็น Big Data ตั้งแต่ชาวนา เกษตรกร พ่อค้าคนกลางผู้ซื้อข้าว ผู้ส่งออกข้าว โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าวอิสระ หากทำได้เป็นมาตรฐานทั้งหมด ชาวนาก็จะไม่เดือดร้อน

 

“ในส่วนของการอบข้าว ขอให้กระทรวงเกษตรฯ หาเครื่องอบข้าวให้กับเกษตรกร อาทิ เครื่องอบข้าวขนาดเล็ก โรงสีย่อยขนาดเล็ก เพื่อช่วยแก้ปัญหาการตากข้าวบนถนน“นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารจัดการน้ำได้กำชับให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติจัดทำแผนธนาคารน้ำใต้ดิน ซึ่งมีข้อดีคือช่วยแก้น้ำท่วม เก็บน้ำได้มาก แต่ต้องระวังเรื่องสารเคมีที่อาจจะลงไปใต้ดิน รวมทั้งจะต้องพึ่งเครื่องสูบน้ำ
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันถึงความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership) ว่า ยังไม่ได้ตกลงเข้าร่วมความตกลง ฯ โดยรัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด วันนี้เพียงแค่ขอความเห็นชอบในการเข้าไปเจรจาเพียงเท่านั้น เพราะหากเราเข้าเจรจาเราจะได้สิทธิเกษตร GAP และ GI กรณีการบริหารจัดการรายจ่ายงบประมาณแผ่นดินที่จะนำมาดูแลคนรายได้น้อย เกษตรกร กลุ่มเปราะบางเกือบร้อยละ 40 และการใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ต้องศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ พิจารณาก่อนอนุมัติโครงการ
 
โอกาสนี้ คณะผู้นำชาวนาได้มอบองค์แม่โพสจำลอง และข้าวสารจำนวน 30 ตัน ให้กับนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วย
 
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ช่วงหนึ่งระหว่างการพบกันของพล.อ.ประยุทธ์และกลุ่มชาวนา พล.อ.ประยุทธ์ ย้ำว่า อยากเห็นผลประโยชน์ตกกับชาวนาอย่างแท้จริง โดยให้ มีการแบ่งปันทางการตลาดการให้กลุ่มชาวนาเข้าพบในวันนี้ ขอให้กลับไปทำความเข้าใจกับกลุ่มชาวนาในพื้นที่ ว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขอว่าอย่าเอาความเดือดร้อนมาพันกับเรื่องการเมือง รัฐบาลมีช่องทางในการช่วยเหลือและสนับสนุนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่าเคลื่อนไหวโดยการลงถนน