ศบค.แถลงป่วยโควิดเพิ่ม 109 ราย สะสมรวม 1,245 ราย

 

ศบค. แถลงป่วยโควิด-19 เพิ่ม 109 ราย สะสมรวม 1,245 ราย เผย นายกฯ สั่งผ่อนปรนระเบียบจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ทุกวงเงิน 

 

เมื่อเวลา 11.00 น. ทำเนียบรัฐบาล ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) หรือ ศบค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.  แถลงว่า วันนี้นายกฯขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน รวมถึงจิตอาสาที่มีส่วนร่วมในการหยุดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา และฝากย้ำเตือนประชาชน ขอให้อยู่บ้านหยุดเชื้อ เพื่อชาติ ซึ่งในวันนี้ มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 109 คน รวมยอดทั้งหมดในประเทศ 1,245 คน จึงเป็นตัวเลขที่เรายังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ โดยนายกฯ ได้ให้ความสำคัญเรื่องการจัดหายาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยสั่งการให้ กรมบัญชีกลาง สำนักงานอาหารและยา องค์การเภสัชกรรมของกระทรวงสาธารณสุข อำนวยความสะดวกอุปกรณ์ที่ไม่ใช่ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ นำเข้ามาได้อย่างถูกต้อง โดยผลการประชุมมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติให้มีการผ่อนปรนระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของทางราชการ ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานนี้ได้มีมติให้มีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุสำหรับป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคโควิด -19 ทุกวงเงิน เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวง ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีการสั่งซื้อหน้ากาก N 95 และชุด PPE ที่บุคลากรทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันการติดเชื้ออย่างละ 4 แสนชุด ซึ่งของเหล่านี้ เมื่อสั่งซื้อแล้วจะมีการจัดส่งเข้ามาโดยเร็ว


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด 5,000 บาทในกลุ่มแรงงาน ลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระ ที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมจำนวน 5,000 บาทต่อเดือนนั้น จะเริ่มลงทะเบียนในเวลา 18.00 น.วันนี้ โดยผ่านระบบออนไลน์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนมารวมกลุ่มและเสี่ยงติดเชื้อโควิด -19ใครที่มีคุณสมบัติครบ ขอให้มั่นใจว่าจะได้รับเงินดังกล่าวแน่นอน เพราะยังไม่มีกำหนดปิดการลงทะเบียน และจำนวนผู้ลงทะเบียน สำหรับคนที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ก็สามารถเดินทางไปหาเจ้าหน้าของรัฐเพื่อให้ลงทะเบียนได้ 


ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังมีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีการประเมินเป็นอย่างไร นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ทุกที่เราเห็นความร่วมมือกันของประชาชน  แต่การวัดผลต้องดูที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต้องลดลง ซึ่งก็ถือว่ายังไม่ดีเท่าที่ควร ต้องช่วยกันมากกว่านี้ เพราะจากข้อมูลหากประชาชนให้ความร่วมมือร้อยละ 70 ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งขึ้น ถ้าให้ความร่วมมือร้อยละ 80 ตัวเลขจะค่อยๆลงมา แต่ถ้าประชาชนร่วมมือร้อยละ 90 ถึงจะลดลงมาอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นจึงอยู่ที่ความร่วมมือของประชาชน


เมื่อถามถึงกรณีชาวบางบอนออกมาเรียกร้องให้คนติดเชื้อโควิด-19 ออกจากพื้นที่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ภาพดังกล่าวจะเห็นในช่วงแรกที่มีการระบาดที่ประชาชนกังวล แต่พอคนเข้าใจมากขึ้นว่าเชื้อนี้จะติดต่อในระยะใกล้มากๆ สถานการณ์ก็จะดีขึ้น อย่างตนทำงานใกล้สถาบันนำราศนราดูรก็ไม่มีปัญหาคนที่อยู่รอบข้างก็ทำงานกันได้ จึงไม่อยากให้ประชาชนกังวล ในอนาคตอาจารย์แพทย์ก็ประเมินว่าจะมีผู้ติดเชื้อหลักหลายพันเหมือนต่างประเทศ คนที่ติดเชื้ออาจเป็นคนใกล้ตัวจะมารังเกียจกันไม่ได้ จึงอยากบอกว่าโรคนี้ไม่น่ากังวลแต่ต้องเตรียมการทุกอย่าง สำหรับประชาชนที่เดินทางกลับต่างจังหวัดก็ไม่อยากให้กังวลเพราะเรามีอสม.ทั่วประเทศล้านกว่าคน จะคอยดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง 


เมื่อถามถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่ม 1 รายในวันนี้ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้แถลงโดยละเอียด แต่เท่าที่ทราบผู้เสียชีวิตอายุเกิน 50 ปีและเป็นเบาหวาน เพราะคนที่มีโรคประจำตัวและอายุเกิน70ปี ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง