สื่อสหรัฐฯปูดข่าว พี่ชาย "คิม จองอึน" ถูกลอบสังหารเป็นสายให้ CIA
วันที่เผยแพร่ วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2562 เวลา 11:52 น.

 

วอลสตรีทเจอร์นัลเปิดเผยว่า คิม จอง-นัม (Kim Jong-nam) พี่ชายต่างมารดาของผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ถูกลอบสังหารกลางสนามบินกัวลาลัมเปอร์เมื่อกุมภาพันธ์ 2017เพื่อพบกับCIA ของสหรัฐฯที่เขาทำงานเป็นสายข่าวให้ โดยชี้ว่ามีศูนย์กลางความเชื่อมโยงระหว่างพี่ชายของประธานาธิบดีคิม จองอึนและ CIA 

 

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานวันนี้(11 มิ.ย)ว่า วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานในวันจันทร์(11) โดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่รู้ข้อมูลยืนยันว่า คิม จอง-นัม (Kim Jong-nam) พี่ชายของประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ที่แท้ทำงานให้กับ CIA ของสหรัฐฯ 

 

แหล่งข่าวกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคิมและCIAนั้นคลุมเคลือโดยชี้ว่า "มีศูนย์กลางความเชื่อมโยงระหว่าง CIA และคิม จอง-นัม" 

 

นอกจากนี้วอลสตรีทเจร์นัลยังรายงานโดยอ้างจากแหล่งข่าวระบุว่า พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึนเดินทางไปมาเลเซียเมื่อกุมภาพันธ์ 2017 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาถูกลอบสังหารเพื่อพบกับ CIA แต่ทว่านั่นไม่ใช่จุดประสงค์ทั้งหมดของการเดินทาง

 

ทั้งนี้พบว่า แอนนา ไฟฟิลด์ ( Anna Fifield) หัวหน้ากองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ที่กรุงปักกิ่งเปิดเผยผ่านหนังสิอของเธอ "ผู้สืบทอดที่ยิ่งใหญ่" (The Great Successor) มีใจความระบุว่า 

 

"คิม-จองนัมกลายเป็นสายข่าวให้กับทาง CIA ของสหรัฐฯ...น้องชายของเขาคงต้องพิจารณาถึงการพูดคุยกับสายลับอเมริกันเป็นการกระทำของกบฎ แต่คิม จอง-นัมได้ป้อนข้อมูลให้กับคนเหล่านั้น โดยส่วนมากมักพบกับคนที่คอยติดต่อกับเขาที่สิงคโปร์หรือไม่ก็มาเลเซีย" 

 

วอลสตรีทเจอร์นัลรายงานว่า "อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯไม่กี่คนเปิดเผยว่า พี่ชายต่างมารดาที่อาศัยนอกเกาหลีเหนือมาเป็นเวลาหลายปีไม่รู้จักฐานอำนาจในกรุงเปียงยาง ไม่ดูเหมือนว่าจะสามารถให้ข้อมูลลับเกี่ยวกับการทำงานภายในของประเทศได้" 

 

อดีตเจ้าหน้าที่สหรัฐฯเหล่านี้ยังกล่าวว่า คิม จอง-นัมได้รับการติดต่อจากสายลับประเทศอื่นๆอย่างแน่นอน โดยเฉพาะจากจีน 

 

ทั้งนี้เกาหลีใต้และสหรัฐฯต่างออกมาชี้ว่า คิม จอง-นัมถูกเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือออกคำสั่งให้ทำการลอบสังหาร แต่ทางเปียงยางออกมาปฎิเสธ โดยหญิงสาวชาวอินโดนีเซียและชาวเวียดนามจำนวน 2 รายที่ถูกกล้องทีวีวงจรปิดของสนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์จับภาพใช้ผ้าที่มีสารพิษทำลายประสาทโปะไปที่บริเวณใบหน้าของคิมและทำให้เขาเสียชีวิตในเวลาต่อมาถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำมาเลเซียกลับประเทศในเดือนมีนาคมและพฤษภาคมปีนี้

 


ที่มา ผู้จัดการ