อย่าไว้หน้าใคร “วัชระ” จี้นายกฯฟันพวกตุนไข่ไก่-หน้ากากอนามัย อย่าจับแต่ปลาซิว

 

อย่าไว้หน้าใคร “วัชระ” จี้นายกฯฟันพวกตุนไข่ไก่-หน้ากากอนามัย อย่าจับแต่ปลาซิว 


เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2563 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาไข่ไก่ขาดตลาดในขณะนี้ว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก  จึงไม่ทราบว่าไข่หายไปไหน  มีการกักตุนที่ต้นทางหรือที่ไหนหรือไม่  อยากให้กระทรวงพาณิชย์รีบตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการขึ้นราคาเอาเปรียบประชาชนในภาวะวิกฤตหรือไม่ ทั้งที่ไข่ไก่ในประเทศต้องไม่ขาดตลาด

 

 เพราะก่อนหน้านี้ นายประสิทธิ์  บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหารซีพีเอฟกกล่าวเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563ว่า ไข่ไก่ผลิตได้วันละ 40 ล้านฟอง หรือปีละ 16,400 ล้านฟอง ราคาหน้าฟาร์มอยู่ที่ฟองละ 2.70 บาท ต้นทุน 2.60 บาท  ส่วนหมูผลิตได้วันละ 5 ล้านกิโลกรัม ไก่วันละ 9 ล้านกิโลกรัมถือว่ามีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน  อีกทั้ง นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้มอบนโยบายให้สินค้าจำหน่ายยืนราคาเดิม  ห้ามปรับขึ้นราคา เพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่เมื่อนายประสิทธิ์พูดจบ ไข่ไก่ก็ขาดตลาดหายไปจากร้านสะดวกซื้อ 7-11 

 

“ปรากฏว่าวันที่ 27 มีนาคม 2563 ราคาสินค้าไข่ไก่ของบริษัทซีพีเอฟเทรดดิ้ง จก.อันเป็นบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ก็มีใบเสนอราคาสินค้าไข่ไก่ ดังนี้ 


เบอร์ 0 ราคาฟองละ 4.20 บาท 
เบอร์ 1 ราคาฟองละ 3.50 บาท 
เบอร์ 2 ราคาฟองละ3.10 บาท เบอร์ 3 ราคาฟองละ2.90 บาท เบอร์ 4 ราคาฟองละ2.80 บาท  ตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2563 ทั้งๆที่ในเว็บไซด์ของบริษัทCPFสถานการณ์ราคาผลิตภัณฑ์ ณ วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ราคาไข่ไก่คละใหญ่ฟองละ 2.60 บาทและวันที่ 2 มีนาคม2563 ราคาฟองละ 2.50 บาท แต่พอจะถึงเดือนเมษายนราคาปรับขึ้นตั้งแต่ฟองละ 2.80 บาทถึงฟองละ 4.20 บาทตามตารางในใบเสนอราคานี้ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและฉกฉวยโอกาสในสถานการณ์โควิด-19 หรือไม่ จึงต้องถามดังๆว่า #มีคุณธรรมทางการค้าหรือไม่ #เอาเปรียบเพื่อนร่วมชาติหรือไม่ ใบเสนอราคาไข่ไก่ฉบับใหม่ ขัดต่อประกาศของกระทรวงพาณิชย์ที่ว่าราคาหน้าฟาร์มต้องไม่เกินฟองละ 2.80 บาทหรือไม่และขัดต่อนโยบายของนายธนินท์  เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ได้มอบนโยบายให้สินค้าจำหน่ายยืนราคาเดิม ห้ามปรับขึ้นราคาเพื่อช่วยเหลือประชาชนหรือไม่” นายวัชระ กล่าว 

 

นายวัชระ กล่าวต่อว่า  ขณะนี้สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดนอกจากไข่ไก่ ก็คือหน้ากากอนามัยแผ่นละ 2.50 บาท ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ปรากฏว่าประชาชนหาซื้อไม่ได้ ทั้งๆที่มีโรงงานผลิตภายในประเทศได้วันละนับล้านชิ้น ดังนั้น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ต้องรีบแก้ไขปัญหาหน้ากากอนามัยและไข่ไก่ให้ประชาชนโดยด่วนที่สุด ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริงๆ 


ไม่ใช่เป็นเพียงเสือกระดาษเท่านั้น นายกรัฐมนตรีต้องทำให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์และปฏิบัติได้จริง ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายทั้งสิ้น  ถ้ามีตำแหน่งทางการเมืองทำผิดต้องปลดทันที ถ้าเป็นข้าราชการต้องลงโทษเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไปและถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าขายสินค้าเกินกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด อย่าไปจับแต่พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย เขาอาจจำเป็นต้องทำเพื่อหาเช้ากินค่ำ  พ่อค้ารายใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ของรัฐกล้าจับกุมได้บ้างหรือไม่