อังกฤษยันออกจากอียูสิ้นเดือนต.ค.
วันที่เผยแพร่ วันจันทร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลา 09:09 น.

 

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหราชอาณาจักรยืนยันว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน จะดำเนินการเบร็กซิตกับสหภาพยุโรป "ตามกำหนดการเดิม" คือในวันที่ 31 ต.ค.นี้ และย้ำว่าจดหมายที่ส่งถึงอียูนั้น "แค่ทำตามมติของสภาเท่านั้น"

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ว่านายไมเคิล โกฟ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร และเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเตรียมการเบร็กซิต ให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวหลายแห่งในประทเศ เมื่อวันอาทิตย์ ว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน จะนำสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ เนื่องจากรัฐบาล "มีศักยภาพเพียงพอ" ในการทำเช่นนั้น

 

ขณะเดียวกัน โกฟกล่าวถึงการส่งหนังสือถึงนายโดนัลด์ ทัสก์ ประธานคณะมนตรียุโรป ว่าเป็นเพียงการปฏิบัติตามมติของสภาสามัญเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถเปลี่ยนความมุ่งมั่นของผู้นำสหราชอาณาจักรและทีมงาน ซึ่งเตรียมการทั้งหมดเพื่อการนำบ้านเมืองก้าวต่อไปข้างหน้า หลังการออกจากอียู "ตามกำหนดการ" คือสิ้นเดือนต.ค. นี้ นอกจากนี้ โฟกล่าวด้วยว่า จอห์นสันเตรียมผลักดันการแปรญัตติร่างกฎหมายเกี่ยวกับ "ความเปลี่ยนแปลง" ภายในประเทศ หลังการเบร็กซิต  และการลงมติครั้งหม่เกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์เบร็กซิตของเขา ซึ่งอียูมีท่าทีเห็นชอบระหว่างการประชุมเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม นายจอหืน เบอร์โคว ประธานสภาสามัญ จะเป็นผู้ตัดสินใจครั้งสุดท้าย ว่าจะอุนญาตให้รัฐบาลนำญัตติเข้าสู่การอภิปรายและลงมติของที่ประชุมได้หรือไม่
 


ทั้งนี้ สภาสามัญในกรุงลอนดอนประชุมวันเสาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 37 ปี นับตั้งแต่สงครามฟอล์กแลนด์สกับอาร์เจนตินา และมีมติเสียงข้างมาก 322 ต่อ 306 เสียง "ยึดอำนาจ" ในการแปรญัตติ เลื่อนการมติการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกอียูออกไปเป็นวันที่ 31 ม.ค. ปีหน้า และในระหว่างนี้รัฐบาลต้องบรรลุข้อตกลงกับสหภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงเบร็กซิตที่ "ไร้ข้อตกลง" หลังจากนั้นจอห์นสันส่งจดหมายถึงทัสก์ ฉบับแรกว่าด้วยการขอเลื่อนกำหนดการเบร็กซิตออกไปอีก 3 เดือน แต่ไม่มีการลงนาม ส่วนอีกฉบับมีสาระสำคัญว่า รัฐบาลของเขาประสงค์ให้เบร็กซิตเกิดขึ้นตามกำหนดการเดิม และมีการลงนาม