เปิดเบื้องหลัง สหรัฐฯตัด GSP ไทย 231 รายการ

 

วันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่กี่วัน ประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ของสหรัฐฯ ประกาศตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ที่ให้กับสินค้าไทย 231 รายการ จากทั้งสิ้นราว 3,500 รายการ โดยจะมีผลสิ้นเดือนธ.ค.63 ส่งผลให้สินค้าไทย ต้องกลับไปเสียภาษีนำเข้าสหรัฐฯอัตราปกติที่ 3-4% จากช่วงได้รับสิทธิ ไม่ต้องเสียเลย   


ถามว่ากระทบกับผู้ส่งออกไทยมากหรือน้อยแค่ไหน คำตอบคือ ในภาพรวมอาจจะกระทบไม่มาก แต่หากพิจารณารายกลุ่ม บางรายการสินค้าย่อมได้รับผลกระทบ

 

โดยจากสินค้า 231 รายการที่ถูกประกาศตัด GSP ในครั้งนี้ ในวันนี้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบแล้ว พบว่ามีผู้ส่งออกไทยใช้ GSP ส่งออกจริงประมาณ  147 รายการ ที่เหลือส่งออกโดยเสียภาษีนำเข้าอัตราปกติอยู่แล้ว

 

และหาก 147 รายการดังกล่าว ต้องกลับไปจ่าภาษีตามอัตราปกติ จะทำให้ผู้ประกอบการมีภาระภาษีที่จ่ายเพิ่ม 600 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ หากถามว่าทำไมสหรัฐฯ มาตัด GSP ไทยช่วงนี้  การตัดสิทธิครั้งนี้ของสหรัฐฯ เป็นรอบการทบทวนรายประเทศ (Country Review) โดยมีผลมาต่อการร้องเรียนของผู้ผลิตหมูในสหรัฐฯ เมื่อหลายปีก่อน ที่ร้องให้ทางการตัดสิทธิ์ GSP ไทย เพื่อตอบโต้ที่ประเทศไทยไม่นำเข้าหมูและผลิตภัณฑ์ ที่มีสารเร่งเนื้อแดงแรคโตพามีน  

 

เนื่องจากประเทศไทยของเรา มีกฎหมาย ที่ห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในการเลี้ยงหมู และห้ามพบตกค้างในผลิตภัณฑ์ที่วางขาย เพราะมีข้อมูลทางการแพทย์ว่า แรคโตพามีน มีผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ หลอดลม กระเพาะปัสสาวะ และอาจทำให้มีอาการทางจิตประสาทได้ 

 

และการตั้งคณะทำงาน 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายสหรัฐฯ และฝ่ายไทย เพื่อหาผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ การบริโภคหมูและผลิตภัณฑ์ที่มีแรคโตพามีนตกค้าง จะเป็นอันตรายกับผู้บริโภคหรือไม่ ตามที่สหรัฐฯต้องการให้เกิดขึ้น ก็ได้ข้อพิสูจน์ตรงกันว่า สารดังกล่าวเป็นอันตราย ไม่สามารรถเปิดนำเข้าได้ เพราะจะส่งผลต่อสุขภาพคนไทย

 

อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐในการตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อเป็นการตอบโต้ประเทศไทย และประเทศอื่นนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะสหรัฐดำเนินการแบบเดียวกันนี้กับอีกหลายประเทศ

 

รวมทั้ง กรณีที่ไทยเคยถูกตัดสิทธิสินค้า 573 รายการเมื่อเดือนเม.ย.63 ที่ผ่านมา ก็แบบเดียวกัน โดยเหตุผลครั้งนั้น มาจากประเทศไทยไม่แก้กฎหมายแรงงานตามที่สหรัฐฯต้องการ  

 

และในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่า สหรัฐจะใช้กรณี หรือข้อพิพาทอื่นๆ เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งแวดล้อม ก๊าซเรือนกระจก ปัญหาสังคม แรงงาน มาหาเรื่องตัด GSP ผู้ประกอบการไทยอีก

 

ส่วนหากถามว่า ที่ผ่านมา เราทำอย่างไรเมื่อถูกตัด GSP ส่วนหนึ่ง เราสามารถต่อรองและทำเรื่องขอคืนสิทธิ และที่ผ่านมาเราได้คืนต่อเนื่อง ขณะที่อีกส่วนปรับเปลี่ยนคุณภาพสินค้า ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้เราสามรถแข่งขันได้โดย ไม่ต้องหวังขายราคาถูก  

 

ซึ่งหนทางที่สองนี้ น่าจะเป็นหนทางที่เหมาะสมกับผู้ประกอบการไทยมากกว่า เพราะจะทำให้เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิทธิประโยชน์ที่กลายเป็นเชือกผูกมัดให้เราเองพัฒนาช้ากว่าคนอื่น

 

on the go