เรื่องเล่าพอสังเขป ของนักดนตรีเปิดหมวกผู้เฝ้ามองมวลชน

 

เรื่องเล่าพอสังเขป ของนักดนตรีเปิดหมวกผู้เฝ้ามองมวลชน

 

ปกติไปทำข่าวมวลชนเคลื่อนไหว ได้ยินเเต่เสียงเพลงเเสงแห่งศรัทธา, สู้ไม่ถอย ,สายล่อฟ้า ของวงบิ๊กเเอส ร็อกกระเเทกหูเเทบเเตก ไม่ก็เป็นหมอลำม่วนหลายสายเซิ้ง


  
แต่ "นนทบรี มีเอลวิส นี่หว่า" เกือบเต้นตามจังหวะ "ร็อก เเอนด์ โรว์"  อย่าง "เอลวิส เพรสลีย์" นักร้องจอนคมบาดใจสาวๆ ผู้ล่วงลับ 

 

 เเว่วเเรกหันไปเดาชื่อเพลง "Jailhouse Rock" ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง อันธพาลครองเมือง "น้อย วงพรู" รับบท "จ๊อด ฮาวดี้" 

 

มาบางอ้อเพราะ "น้าจอห์น" เฉลยเรื่องเล่าเคล้าควันนิโคติน ผ่านดวงตาแดงก่ำคล้ายเมามายตลาดเวลาแต่ไม่ได้กลิ่นเวลาคุยด้วย 

 

คล้ายน้าจอห์นจะซ่อนบางอย่างเอาไว้ ใต้เงาเสียงทรงพลัง อาจบ่งบอกถึงนักดนตรีเปิดหมวกข้างถนน ที่ไม่มีทางทรยศอาชีพตัวเอง 


 
เริ่มเล่นร้านข้างทางเเถวลานสนามหลวง ยุคเดียวกับสมัยที่ "ทักษิณ ชินวัตร" กำลังถูก "สนธิ ลิ้มทองกุล" โจมตี ขับไล่ 


 
เปิดหมวกไปเรื่อยจนเพื่อนฝูงเรียกไอ้ "จอห์น หนามหลวง"

 

จากวัยรุ่นเเล่นกีต้าร์ทั่วไปในวงเหล้า สู่ข้างถนน หากินด้วยเพลงฝรั่ง 


    
การเป็นเด็กโรงเรียนวัดแถวๆคลองถม ใช่จะเป็นกำเเพงทางภาษา (อันนี้มโนเองน้าจอห์นไม่ได้พูด)

 

ก็เเววตานักสู้มันฟ้อง ระหว่างบทสนทนาเรื่องการเคลื่อนมวลชนในสายตานักดนตรีเปิดหมวก 10 กว่าปีผ่านมาวันนี้ พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า


    
ไปเปิดหมวกมาหมดเเล้ว ตลาดปัฐวิกรณ์ จตุจักร เลียบด่วน ตลาดยิบซีฯ นีออนประตูน้ำ ฯลฯ ช่วงนี้ตะลอนทัวร์ตามม็อบไม่ชนะ ไม่เลิก


ตกเป็นทาสวงร็อกเมกาฯอย่าง ซีซีอาร์ รองลงมา ดิอีเกิลส์ สกอร์เปี้ยนส์


 
ในวัย 60 สำหรับน้าจอห์น หมวกเป็นแค่สัญลักษณ์ไม่สลักสำคัญ หมวกช่วยให้ลมไม่พัดธนบัตรปลิว


ทำนองไปเดี่ยว มาเดี่ยว 


   
พูดจบน้าก็หัวเราะถ่มใส่เรื่องเล่าปนละเมอ 

 

ราวกับกำลังจะบอกว่า ทุกสิ่งยังทำหน้าที่ของมัน มั่นคงแบบควันบุหรี่ของน้าที่ไม่เคยทรยศ สูบไปเป็นมะเร็งตายหยังเขียด


    
คล้ายกับสิ่งกดทับที่ไม่เคยหายไปจากสังคมไทยการพยายามเอาชนะกดหัว ฝ่ายประชาธิปไตยพยายามโงหัวแต่ไม่ขึ้น จนกระทั่งถึงเด็กรุ่นหลัง รุ่นลูก รุ่นหลานที่ออกมา ในสายตานักดนตรีเปิดหมวกกร้านโลก เชื่อว่าคนเท่ากัน 


    
และ ปัจจัยภายนอกนั้นร้ายกาจ รวย จน  ต่างก็จริง แต่เมื่อเข้าโรงเรียน โรงหมอ โรงพัก ไม่ควรต่าง  แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ ทำไมเด็กต้องเรียนพิเศษ เเม้เเต่ลูกหลานศักดินายังต้องเข้าไปเรียนภาษาเพิ่มกันให้ควั่ก 


  
จบบทสนทนาน้าจอห์นควักมัจจุราชขึ้นมาคาบเป็นม้วนที่สาม 

 

อาจจะเป็นสาเหตุเดียวกับที่นักดนตรีเปิดหมวกอย่างน้า ไร้สวัสดิการของรัฐดูแล ??? 

 

น้าว่า "การศึกษามันเริ่มกดคนตั้งเเต่สมัยหลังจาก 14 ตุลา อธิการบดี หรืออะไรพวกนี้ ถูกภาครัฐ ถูกพวกหัวเก่าอนุรักษ์ พยายามที่จะใช้ตัวอธิการบดีมากดคน กดการศึกษา"


     
14 ตุลาอยู่ในเหตุการณ์?


"ผมเด็กมาก แต่ว่าผมได้ดูเพราะผมเเอบออกมาดูตลอด ตอนนั้นอายุ 13-14 ปีมั้ง มันยิงกันทำไมวะเนี้ย ตอนนั้นเรายังไม่รู้สึกว่ามันน่ากลัวนะไอ้การยิงกัน แค่อยากรู้อยากเห็น คือยังไม่มีความรู้พอที่จะเเยกเเยะอะไรได้"

 

วันที่เขายิงกัน น้าอยู่ตรงไหน?


"วันนั้นผมเด็กจริงๆ แต่แอบออกมาอยู่ในเหตุการณ์เลย มาดูนะ พอกลับมาเเถวบ้านเขาร่ำลือกันเลยว่าไอ้เด็กคนนี้มันไปได้ไงวะ เขาลือกันทั่วตลาดศรีวรจักร"
       
ทหารเยอะเลยดิน้า ?

 

"ผมอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทหาร แต่มันไกลนะไม่ใช่ไปอยู่ตรงที่ผู้ชุมนุมใกล้ๆ พอมองเห็นทหารคุกเข่าเป็นเเถวยิง ห้วงนั้น เด็ก ผู้ใหญ่ ไม่มีใครช่วยใคร วิ่งกระเจิงถอยหลังกันไว้ก่อน พ๊งพระวิ่งกันจีวรปลิว วัดตรงคลองหลอด แถวโรมเเรมรัตนโกสินทร์ พระ เณรปืนกันเหลืองเต็มกำเเพง เเตกกระเจิง"

 

ยังงี้ไม่พาดหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หรือน้า พระ เณรกระโดดกำเเพงจีวรปลิว?

 

"คลับคล้ายคลับคลา ภาพพระในหน้าหนังสือพิมพ์ ตอนนั้นประชาชนชนะด้วย หนังสือพิมพ์เขากล้าลง"

 

สมมติถ้าประชาชนเเพ้?

"โห คงเหมือน 6 ตุลา นักศึกษาเเพ้เขาก็จะลงข่าวเเต่ใส่ร้าย พยายามจะให้เรื่องมันเงียบไวๆ หนังสือพิมพ์ดาวสยามเลย"

 

เกิดไม่ทัน เล่าหน่อย เเย่ขนาดไหน?

"ตอนนั้นผมก็อ่านดู เห้ย มันทำกันเเบบนี้เลยเหรอวะ เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ดาวสยามเขียน นักศึกษาเป็นพวกแกว เวียดนาม ที่ว่ามีขุดอุโมงค์ พวกต่างชาติเข้ามา ใต้ธรรมศาสตร์มีอุโมงค์ มีอาวุธ มีพวกคอมมิวนิสต์ มีกองทัพน้อยสุมหัวอยู่กันอยู่ในนั้น ผมยังเด็กมากไม่ประสา คอมมิวนิสต์คืออะไร แต่พอเวลาผ่านมาเริ่มเข้าใจ  

 

รอบนี้ลุ้นตัวโก่งอยากให้ฝ่ายประชาชนชนะ เอาสักทีวะ รุ่นน้าทำพลาดมาเเล้ว รุ่นนี้อย่าให้พลาดอีก แต่เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ออกหรอก มีโครงสร้างที่รองรับอีก ศักดินา นายทุน อำนาจนอกระบบ ถ้าออกสะเทือนเยอะ คงจะไม่ปล่อยให้ออกง่ายๆ ถ้ารุนเเรงจนรัฐประหารเที่ยวนี้ไม่จบเเบบเดิม  เด็กเที่ยวนี้ไม่ยอม ถ้าเด็กเป็นอะไรไปผู้ใหญ่ก็ไม่น่ายอม ไอ้เรื่องรักษาอำนาจเเบบนี้ ผมเชื่อมาตลอดว่ายิงเเน่ เห็นตั้งเเต่ 14 ตุลา เเม้กระทั่งประท้วงปี53 เห็นแกนนำหลายคนเสื้อเเดงบอกว่าไม่กล้ายิงหรอก โลกเจริญเปลี่ยนไปถึงไหนแล้ว สุดท้ายยังไงเล่า ก็ขอภาวนาอย่าให้สร้างสถานการณ์ให้ปะทะกันเเล้วมาควบคุม"


น้าจอห์นยังบอกว่า  ถ้าทหารไม่เป็นของประชาชนจริงๆ ไม่มีทางที่จะไม่ยิง จนกว่าทหารจะเป็นของประชาชนจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าว่ายิงเเน่ เเต่ก็หลบหลีกเอา ด้วยความหวังให้การประท้วงมีพลัง อะไรที่ทำให้ชนะได้ก็อยากจะทำ 

 

เรื่องเล่าพอสังเขป ของนักดนตรีเปิดหมวกผู้เฝ้ามองมวลชน สัมผัสได้ถึงแรงขับพุ่งทะยาน อย่างน้อยคงเพื่อไถ่บาปของคนรุ่นหนึ่ง ให้อีกรุ่นหนึ่ง 

 

แต่อีกสิ่งที่อยากจะบอก คือ การต่อสู่กับพันธนาการบางอย่างที่มองไม่เห็นแล้วไม่ชนะ ไม่ใช่คนแพ้หรอก 

 

“น้าจอห์น สนามหลวง”