"อนุชา นาคาศัย" ผู้สะท้อนหัวอกสุดช้ำของสามมิตร  

  

ศึกดราม่า แย่งเก้าอี้ในพรรคพลังประชารัฐ ทำเอา นายกฯตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงกับต้องออกสารขอโทษประชาชน ที่ผิดหวังกับทึ้งเก้าอี้กันไปมาภายในพรรคแกนนำหลัก 

 

หลังจาก "เสี่ยแฮงค์ อนุชา นาคาศัย" ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำกลุ่มสามมิตร ออกมาแถลงข่าวอารมณ์แบบ “เดือดจัด” ที่ไม่ถูกเรียกเข้าไปกรอกประวัติว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่เหมือนจะลงตัวกันไปแล้วก่อนหน้านี้ 

 

แต่กลับมากระเพื่อมในช่วงพายุสงบเงียบ ความจริงมาปรากฏ เมื่อแกนนำคนอื่นได้รับการต่อสายให้เข้ารับใบกรอกประวัติ แต่ทำไมโทรศัพท์ตัวเองไม่มีสายเรียกเข้าเสียที 

 

จนแน่ชัดว่า “หลุดเก้าอี้” เป็นที่แน่นอน 

 

กระนั้นก็ไม่ทำให้โซเซเสียหลักมากมาย เท่ากับข่าวร้ายกว่าคือ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำกลุ่มสามมิตรอีกคน มีเค้าลางจะหลุดเก้ารัฐมนตรีพลังงานเช่นเดียวกันอีก 

 

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดตกที่ “สามมิตร” อยู่ฝ่ายเดียว “เสี่ยแฮงค์” ถึงกับปักใจเชื่อ คนกันเองเล่นกันเองซะแล้ว 

 

ในป้อมค่ายพลังประชารัฐ ประกอบร่างสร้างตัวจากคนหลายกลุ่ม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า “สามมิตร” ก็เป็นกลุ่มแรกๆ ที่มาประกาศตัวก่อนใครว่าจะมาร่วมหัวจมท้าย ประกาศหนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯอีก 1 สมัย 

 

หลังจบศึก ขุนศึกกลุ่มแรก กลับโดนวาจายุแยง ทำให้ตำแหน่งที่ควรจะได้หลุดลอยไป 

 

เป็นเหตุให้ “เสี่ยแฮงค์” ต้องออกมาแถลงข่าวด้วยท่าทีขึงขัง ปนน้อยใจ ที่เหมือนโดนใส่ไฟ เป่าหู จนผู้มีอำนาจเปลี่ยนใจริบเก้าอี้คืน 

 

สำหรับบทบาทของ “เสี่ยแฮงค์” หนึ่งในแกนนำกลุ่มสามมิตร ชัดเจนตรงไปตรงมา เป็นลูกผู้ชายเต็มร้อยกับการทำหน้าที่ตัวแทนกลุ่ม ออกมาสะท้อนความไม่พอใจ จนในที่สุด อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ต้องมาเคลียร์ใจ 

 

สำหรับประวัติส่วนตัว “เสี่ยแฮงค์" เกิดเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2503 ที่ตำบลโพนางดำตก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท จบมัธยมศึกษาจาก โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ด้านชีวิตครอบครัวสมรสกับพรทิวา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย มีบุตร-ธิดา 2 คน ปัจจุบันได้หย่ากับภรรยา พรทิวา ศักดิ์ศิริเวทย์กุลแล้ว  

 

ส่วนประวัติทางการเมือง “เสี่ยแฮงค์” เป็นนักการเมืองคู่บุญของ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มวังน้ำยม บุคลิกโผงผาง เล่นได้ทั้งบทบู๊  บุ๋น เป็นมือขวาที่ “สมศักดิ์” ให้ความไว้วางใจ  

 

ในยุคสมัยหนึ่งที่เคยร่วมชายคากับพรรคไทยรักไทย สมศักดิ์ ส่งเขาให้ไปช่วยเป็นกุนซือของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ขณะนั่งเก้าอี้รมว.คมนาคม  

 

ตอนนั้น สุริยะ ยังใหม่ซิงกับการเมือง ได้ “เสี่ยแฮงค์” ไปช่วยจัดการสางปัญหาต่างๆ แม้ช่วงแรกเริ่ม สุริยะ มีท่าทีไม่ไว้วางใจสักเท่าไหร่ แต่อยู่ไปอยู่มาความสามารถก็เข้าตากรรมการ ทำให้ครองใจกลายเป็นหนึ่งคนใกล้ชิดของ “สุริยะ” ไปในที่สุด 

 

ว่ากันว่าบทต่างๆ ในการตอบกระทู้ในสภาของ “สุริยะ” ก็ได้ “เสี่ยแฮงค์” เป็นคนเขียนบท คอยกำกับให้ จนรอดปากเหยี่ยวปากกาในสภาฯได้  

 

ในทางการเมืองเขี้ยวเล็บของ “เสี่ยแฮงค์” ย่อมไม่ใช่ธรรมดา มีพรรษาการเมืองมายาวนาน เพราะเข้าสู่แวดวงการเมืองมาตั้งแต่วัยหนุ่ม ครองใจคนชัยนาทเรื่อยมา  

 

จึงไม่แปลกที่ ”เสี่ยแฮงค์” และกลุ่มสามมิตร กล้าแยกตัวออกจากไทยรักไทย พลังประชาชน มาตั้งพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก่อนย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย เพราะในพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านไม่เคยขาดตกบกพร่อง ตามลักษณะนิสัยของนักการเมือง “ใจถึง พึ่งได้” 

 

ดังนั้นการสวมเสื้อพรรคใด ชาวบ้านยังเลือกเขาอยู่ดี จนมาลงเอยกับพรรคพลังประชารัฐ ทุ่มเททำพื้นที่วางยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง จนได้ที่นั่งมาเกือบร้อย ที่เป็นส.ส.ก๊วนของ “สามมิตร” ก็ 32 เก้าอี้ แล้ว  

 

เก้าอี้รัฐมนตรีควรจะมีเกรดเอให้บ้าง 

 

เมื่อแจ๊กพอตออกมาอย่างนี้ จะไม่ให้ตีโพยตีพายได้อย่างไร