บลูมเบิร์กยก "เศรษฐกิจไทย" ทุกข์ยากน้อยสุดเป็นปีที่ 4

 

"บลูมเบิร์ก" จัดอันดับเศรษฐกิจทุกข์ยากมากที่สุดและน้อยที่สุดในโลก ชี้ “ไทย” ทุกข์ยากน้อยที่สุด ในโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ขณะที่ "เวเนซุเอลา" ทุกข์ยากมากที่สุด 6 ปีซ้อน
.
วันนี้ (11 ส.ค.63) เว็บไซต์บลูมเบิร์ก เผยดัชนีความทุกข์ยากประจำปี 2563 ซึ่งประเมินจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อและการว่างงานใน 60 เศรษฐกิจทั่วโลก พบว่าไทยยังครองอันดับ 1 ประเทศที่มีเศรษฐกิจทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก และเป็นการครองอันดับ 1 ในดัชนีนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2560  โดยเป็นการคำนวณโดยอาศัยกรอบแนวคิดเดิมที่ว่าอัตราเงินเฟ้อและการว่างงานที่ต่ำ โดยทั่วไปแล้วจะสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจนั้น ๆ
.
ดัชนีของบลูมเบิร์กระบุว่าการจัดทำตัวเลขอัตราว่างงานของไทยแตกต่างจากประเทศอื่นจึงมีความสำคัญไม่มากเท่าพัฒนาการของไต้หวันที่ไต่ขึ้น 2 อันดับมาอยู่อันดับ 6 หรือสิงคโปร์ที่ขึ้นจากอันดับ 3 ปีที่แล้วมาอยู่อันดับ 2 ในปีนี้
.
ขณะที่ สหรัฐซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ร่วง 25 อันดับจากประเทศที่มีเศรษฐกิจทุกข์ยากน้อยที่สุดอันดับ 10 ปีที่แล้วมาอยู่ที่อันดับ 35 ในปีนี้ ตอกย้ำว่าการระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปีสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมากเพียงใดและเป้นช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อชนะการเลือกตั้งอีกสมัยช่วงปลายปีนี้ 
.
ส่วนเวเนซุเอลา ยังคงครองตำแหน่งประเทศที่มีเศรษฐกิจทุกข์ยากที่สุดในโลก 6 ปีซ้อนในดัชนีบลูมเบิร์ก ตามมาด้วยอาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ และตุรกีที่ยังรั้งกลุ่มทุกข์ยากที่สุดตั้งแต่ปี 2562 โดยดัชนีเงินเฟ้อของบลูมเบิร์กคาดว่า อัตราเงินเฟ้อขณะนี้ของเวเนซุเอลาอยู่ที่ 4,043%
.
นอกจากนี้ ดัชนีความทุกข์ยากปี 2563 ของบลูมเบิร์ก เผยว่า บรรดาประเทศที่มีพัฒนาการอย่างน่าจับตามอง รวมไปถึงลักเซมเบิร์กที่อันดับดีขึ้นมากที่สุดเทียบกับปีที่แล้ว โดยขยับจากอันดับ 30 ประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก มาอยู่ที่อันดับ 13 และจีน ซึ่งเป็นแหล่งแพร่ระบาดโควิด-19 แห่งแรก และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก ข้อมูลการว่างงานและเงินเฟ้อได้รับผลกระทบระดับปานกลาง โดยอันดับในดัชนีดีขึ้น 7 อันดับมาอยู่ที่อันดับ 16 ประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก
.
ขณะที่ เยอรมนี แม้ได้คะแนนรวมปีนี้ไม่ต่างจากปีที่แล้วมากนัก แต่อันดับในดัชนีดีขึ้น 10 อันดับ เนื่องจากประเทศมีความเปราะบางน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ต้องต่อสู้กับผลกระทบจากโควิดในตลาดแรงงาน