นายกฯ ลงคลองเตยปชช.ให้กำลังใจ "ลุงตู่สู้" ดังก้อง
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เวลา 15:10 น.

 

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่คลองนายกฯ ลงคลองเตยปชช.ให้กำลังใจ "ลุงตู่สู้" ดังก้องคลองเตย ติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัด มี ส.ส.พลังประชารัฐมาร่วมต้อนรับ ประชาชนตะโกนให้กำลังใจ “ลุงตู่สู้ๆ”

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่ตรวจราชการการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในชุมชนแออัดคลองเตย โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร กทม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบว่า นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส. กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมคณะ รอให้การต้อนรับนายกรัฐมนตรีด้วย

 

ทั้งนี้ ระหว่างเดินพบประชาชนในชุมชนฯ ตลอดข้างทางมีประชาชนมารอให้การต้อนรับและมีเด็กในชุมชนคลองเตยตะโกนว่า ลุงตู่สู้ๆ โดยนายกรัฐมนตรี ได้สอบถามเด็กๆ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ถ้าอยากเป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องเรียนหนังสือให้ดี และอย่างทิ้งการเรียน อย่าออกนอกระบบ ไม่เรียนหนังสือไม่ได้ สามารถเรียนอะไรก็ได้ที่มีงานทำ และอย่าเป็นนักเลง เกเรไม่ได้สัญญาได้หรือไม่ ทุกคนเป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น หากร่วมมือกันได้ก็จบ เราอยู่แบบเดิมไม่ได้ ขอให้นึกถึงลูกหลานในวันข้างหน้า ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังได้แนะนำให้ไปดูตัวอย่างแฟลตดินแดงที่รัฐบาลได้ดำเนินการจนสำเร็จ

 

นอกจากนี้ หลายอย่างยากตรงความร่วมมือ แต่เราต้องทำทั้งหมด โดยต้องมีแผนระยะยาว พร้อมจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วน และต้องเริ่มทำเลยรอใครไม่ได้แล้ว ซึ่งตนเองให้ทุกคนมีความสุขก็ดีใจ อยู่กันอย่างพอเพียง และย้ำว่าตนเองไม่เคยหลอกใคร

 

อย่างไรก็ตาม การจะดำเนินการอะไรต้องรักษากติกาและระเบียบ ขณะเดียวกัน วันข้างหน้า ก็ต้องมีการขยับขยายกันใหม่ วันนี้เรากำลังจะเจริญไปข้างหน้า ดังนั้นเรื่องชีวิตและความเป็นอยู่ก็ต้องสอดคล้องกับการเดินหน้าประเทศ วันนี้ต้องขอโทษที่ทำให้รถติด แต่จะดูแลให้ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าทหาร และตำรวจ และขอให้ทุกคนทำเพื่อประชาชน วันนี้ย้ำว่า รัฐบาลมีนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะคนในสลัมต้องดูแลเป็นพิเศษ และชีวิตต้องดีขึ้น โดยโรงเรียนมีความสำคัญที่สุด ต้องเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะเรียนได้ ซึ่งตนเองได้เห็นรอยยิ้มของทุกคน รู้สึกมีกำลังใจ ไม่ใช่มาแล้วหน้าตาคล่ำเครียด แต่รู้ว่าทุกคนเหนื่อย รัฐบาลกำลังดำเนินการให้อยู่จะอยู่แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว