มีสิทธิแต่ใช้เงินไม่ได้ !วิกฤตล่มรายวัน “แอพเป๋าตัง”

 

หากถาม “คนไทย” ทั้งประเทศว่า “วันนี้เป็นอย่างไร” ร้อยทั้งร้อย คงตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า “อยู่ยาก ลำบากกว่าแต่ก่อนมาก ผลกระทบจากพิษของโควิด-19 ที่ทำลายทั้งสุขภาพ ทำลายทั้งเศรษฐกิจ ทำเอาความสุขของคนไทยหดหาย”

 

มีการคาดการณ์กันว่า วันนี้คนในวัยทำงาน มากกว่า 10 ล้านคนแล้ว ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งกรณีตกงานถาวร ถูกให้พักงานชั่วคราว รวมทั้งถูกลดเงินเดือน และลดเวลาการทำงานลง  ซึ่งจากการสำรวจพบว่า เวลานี้มีคนไทยจำนวนไม่น้อยอยู่ในภาวะช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพิง “เงินช่วยเหลือ” จากรัฐเป็นหลัก

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อลดผลกระทบในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19  และประคองการขยายตัวของเศรษฐกิจ ในลักษณะการ “แจกเงิน” และ “กระตุ้นการใช้จ่าย” มาแล้วหลายระลอก

 

ซึ่งมีทั้ง โครงการที่่โอนเงินเข้าสู่บัญชีผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือโดยตรง และโครงการที่ใช้การโอนเงินผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเลกทรอนิกส์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แอพเป๋าตัง” ซึ่งจัดทำขึ้นโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 

 

โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า โครงการช่วยเหลือเยียวยายุคหลังๆ มานี้ รัฐบาลจะเน้นการโอนเงินเข้า ““แอพเป๋าตัง” เป็นหลัก มากกว่าการโอนเข้าบัญชีธนาคาร หรือให้เป็น “เงินสด” 

 

โดยรัฐบาลระบุเป้าหมายของการให้เงินผ่าน “แอพเป๋าตัง” แทนการให้เงินสดว่า...

 

“การให้เงินผ่าน “แอพเป๋าตัง” จะช่วยให้ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือใช้เงินได้อย่างถูกวัตถุประสงค์ คือ ให้จ่ายเป็นค่าสินค้าและบริการสำหรับยังชีพ สำหรับปัจจัยสี่เป็นหลัก ทำให้ไม่สามารถนำเงินไปซื้อของไม่จำเป็น ซื้อสุรา ซื้อหวย หรือใช้จ่ายฟุ่มเฟือยได้ ขณะเดียวกัน ยังช่วยให้กำหนดตัวผู้ขายที่เหมาะสม ตรงตามเป้าหมาย ที่ต้องการให้เข้าร่วมโครงการได้อีกด้วย 

 

นอกจากนั้น อีกวัตถุประสงค์สำคัญคือ การสร้างฐานเรียนรู้การใช้เงินอิเลกทรอนิกส์ แบบฉบับเร่งรัดให้คนไทยทุกระดับชั้น  เพื่อปูทางไปสู่สังคมไร้เงินสดในอนาคต”

 

ทั้งนี้ หากย้อนไป “แอพเป๋าตัง” นั้นเริ่มใช้ครั้งแรกผ่านโครงการ “ชิมชอปใช้” รัฐแจกเงิน 1,000 บาทให้สำหรับใช้จ่าย และท่องเที่ยว ตามมาด้วยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน  โครงการคนละครึ่ง รัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่งในวงเงิน 3,500 บาท และล่าสุดโครงการเพิ่งเริ่มไปเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา คือ โครงการ “เราชนะ”

 

แต่เมื่อจำนวนคนที่เข้ามาใช้ “แอพเป๋าตัง” ผ่านโครงการต่างๆของรัฐบาลมากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการคนละครึ่งที่มีจำนวนผู้รับความช่วยเหลือสูงถึง 15 ล้านคน  ปรากฎการณ์ “ล่มรายวัน” ของ “แอพเป๋าตัง” ก็เริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่องและบ่อยครั้ง

 

ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ สะท้อนความเดือดร้อนของผู้ใช้โครงการ “คนละครึ่ง”ผ่านทั้งโลกโซเชียลและโลกจริงว่า “ถึงมีสิทธิ แต่เวลาใช้เงินจริงใช้ไม่ได้ เข้าแอพเป๋าตังไม่ได้ -แอพเป๋าตังล่ม โดยบางวันล่มตั้งแต่เช้าจนบ่าย แก้ไขให้ใช้ได้ไม่กี่ชั่วโมง ก็เกิดปัญหา“ล่มรอบสอง”อีกรอบตามมา

 

ยิ่งใครที่ “เน็ตต่ำ เน็ตช้า” ต้องลุ้นกันทุกวันว่า วันนี้จะใช้จ่ายโครงการคนละครึ่ง ผ่าน “แอพเป๋าตัง”ได้หรือไม่

 

แม้ที่ผ่านมา “ธนาคารกรุงไทย” จะมีการ “อัพเดท” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ “แอพเป๋าตัง” มาโดยตลอด ด้วยการปรับเปลี่ยนเวอร์ชั่นนมาหลายสิบเวอร์ชั่น แต่จำนวนธุรกรรมที่เกิดขึ้นจำนวนมากในแต่ละวัน ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ตก

 

ทั้งนี้ ก่อนการเริ่มใช้โครงการ “เราชนะ” ธนาคารกรุงไทย ได้ออกมายืนยันว่า จะพัฒนาระบบ “แอปเป๋าตัง” ให้สามารถรองรับปริมาณการใช้ที่มากขึ้นได้

 

แต่เมื่อเข้าสู่เช้าวันแรกของโครงการ “เราชนะ” เหตุการณ์ก็ยังคงเป็นไปตามคาด

 

“แอพเป๋าตัง” ล่มสนิทตั้งแต่เช้า ทั้งคนที่ใช้โครงการคนละครึ่ง ทั้งโครงการเราชนะ ใช้เงินไม่ได้ ขัดข้องไปจนถึงประมาณบ่าย 3 โมงเย็น จึงจะสามารถแก้ไขให้กลับมาใช้การได้ แต่การใช้งานก็เป็นไปแบบอืดๆ ไม่เสถียร

 

ต่อกรณีดังกล่าว กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ ออกมายอมรับว่า การใช้งานของ “แอพเป๋าตัง” ที่ขัดข้องเป็นช่วงๆ นั้น เป็นเพราะว่ามีผู้ใช้เข้าระบบพร้อมๆกันช่วงเวลาเดียวกันจำนวนมาก ระบบจึงเกิดความหน่วง แต่ยังยืนยันว่าเป็นเพียงการทำงานที่ต้องมีสะดุดบ้าง แต่ไม่ใช่ว่าไม่สามารถใช้งานได้เลย 

 

โดยระบุด้วยว่า ธนาคารกรุงไทยกำลังพัฒนาแอพเป๋าตังให้รองรับการใช้งานให้เหมาะสมมากขึ้น เพื่อรองรับผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมดที่คาดการณ์ว่ารวมๆ ทุกโครงการจะอยู่ที่ราว  31-32 ล้านคน” 

 

อย่างไรก็ตาม จากการประเมินเบื้องต้นในขณะนี้  ความสามารถของ “แอพเป๋าตัง” สามารถรองรับการทำธุรกรรมได้พร้อมๆ กันเพียง 1 ล้านรายการเท่านั้น ซึ่งในช่วงนั้น หากมีคนที่หนึ่งล้านหนึ่ง ต้องการทำรายการทำธุรกรรมจะไม่สามารถเข้า “แอพเป๋าตัง”เพื่อทำรายการได้

 

โดยล่าสุด ธนาคารกรุงไทยอยู่ระหว่างแก้ไขระบบ และปรับขยายถนน เพื่อรองรับธุรกรรมการโอนเงินให้ได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อช่วงเวลาโดยเร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การดำเนินการดังกล่าวก็ต้องใช้เวลา 

 

แต่การแก้ปัญหาจะทันการณ์หรือไม่นั้น คงตอบได้ยาก และเช่นเดียวกัน ในระหว่างนี้คงไม่มีใครรับประกันได้ว่า “แอพเป๋าตัง” จะไม่ขัดข้องรายวันอีก ดังนั้น คนที่ใช้สิทธิทั้ง “คนละครึ่ง” และ “เราชนะ” คงต้องทำความเข้าใจ

 

และที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นไปอีกคือ ในอีกไม่กี่วันนี้ รัฐบาลกำลังจะอนุมัติ “โครงการ ม.33 เรารักกัน” เพิ่มขึ้นมาอีกโครงการ และแน่นอนที่สุดว่า จะเป็นการรับเงิน และการใช้จ่ายเงินผ่าน “แอพเป๋าตัง”เช่นเดิมเพิ่มเติมอีกหนึ่งโครงการ

 

และเมื่อจำนวนผู้ใช้บริการที่จะมากขึ้น ความโกลาหลจะต้องเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงได้แต่หวังว่าระหว่างนี้รัฐบาลจะเร่งหาวิธีแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ 

 

เพื่อไม่ให้ “แอพเป๋าตัง” ที่ล่มเป็นบางวันในขณะนี้ จะกลายเป็น “ล่มทุกวัน” จนไม่เป็นอันได้ใช้งาน

 

🖊on The go