"มัลลิกา" ชู "จุรินทร์-พาณิชย์" นำช่วยเกษตรกรข้าวโพด

 

มัลลิกา ชู "จุรินทร์-พาณิชย์" นำช่วยเกษตรกรข้าวโพดปี2 งวด5 ยกระดับราคาทะลุประกันรายได้ที่ 8.63 บาทต่อกิโลแล้ว

 

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เดินหน้านโยบายปี 2563 / 2564 หรือประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปี2 ซึ่งจ่ายส่วนต่างประกันจะได้ไป4งวด สำหรับงวดที่5 ที่เพิ่งผ่านมานี้นั้นราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงตามโครงการประกันรายได้สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พี่มีวันเพราะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2564 และมีกำหนดเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ถึง 19 มีนาคม 2564 สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ชนิดความชื้นไม่เกิน 14.5% กิโลกรัมละ 8.63 บาท 

 

" ดังนั้นจากราคาเกณฑ์กลางนี้สูงกว่าเป้าหมายโครงการประกันรายได้เกษตรกรกิโลกรัมละ 8.50 บาทดังนั้นงวดนี้จึงไม่มีการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้แก่เกษตรกรเท่ากับเป็นผลประโยชน์ของเกษตรกรล้วนๆด้วยการยกระดับราคาทำให้มีหลักประกันที่มั่นคง ซึ่งเกษตรกรข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีสองนี้มีทั้งสิ้น 4.5 แสนครัวเรือนพื้นที่เพาะปลูก 7 ล้านไร่มีปริมาณผลผลิต 4.8 ล้านตัน ขณะเดียวกันประเทศมีความต้องการใช้กว่า 8.3 ล้านตัน ทั้งนี้อุตสาหกรรมหลักคือการทำอาหารสัตว์" ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว 

 

 

นางมัลลิกา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามนโยบายของรัฐบาลนั้นอกจากโครงการประกันรายได้เกษตรกรแล้วยังมีโครงการชดเชยดอกเบี้ยในการเก็บสต๊อกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีนี้ ซึ่งงวดนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการ 38 รายใน 15 จังหวัดช่วงเวลาเก็บสต๊อกคือ 1พฤศจิกายน 2563 ถึง 31 พฤษภาคม 2564 นอกจากนี้ยังมีโครงการล่าสุดที่กำลังเป็นเข้าคณะรัฐมนตรีสัปดาห์หน้าคือโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยนายจุรินทร์ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำการประชุมครั้งที่2/ 2564 ไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมาอนุมัติโครงการทั้งนี้เพื่อช่วยเกษตรกรหากเกิดวิกฤติจากสภาพพูมิอากาศโลกแปรปรวนพื้นที่เกษตรกรหลายหลายแห่งได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติส่งผลให้เกษตรกรไม่มีทุนสำหรับการเพาะปลูกในปีการผลิตถัดไปดังนั้นจึงทำโครงการประกันภัยทางการเกษตรทั้งนี้โครงการจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจึงจะเดินหน้าช่วยเกษตรกรต่อไป