4 กุมารไขก๊อก ยุติภารกิจการเมืองพปชร.

 

วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 “กลุ่ม 4 กุมาร” ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน , นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม อดีตรองหัวหน้าพรรค และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกฯ อดีตกรรมการบริหารพรรค แถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่โรงแรมเซ็นทารา ลาดพร้าว เบื้องต้นได้ประกาศหยุดภารกิจการเมืองในพรรคแล้ว


เรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนที่เคารพทุกท่าน พวกเราเริ่มต้นเข้ามาทำงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ ด้วยความหวังและความมุ่งมั่นว่าจะนำพา ประเทศชาติ ประชาชน และการเมือง เดินหน้าต่อไปได้ก้าวพ้นความขัดแย้งและการเมืองในรูปแบบเก่า เพื่อให้เป็นการเมืองที่ทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม ตามแนวทางประชารัฐ คือรัฐ เอกชน ประชาชน ร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาอย่างตรงจุด ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนอย่างแท้จริง โดยทางพรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่เพียงผู้เดียว การทำงานการเมืองในพรรคพลังประชารัฐที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี พรรคพลังประชารัฐ เป็นที่ยอมรับของ ประชาชน จนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนให้ความไว้วางใจ ยอมรับใน นโยบายของพรรค อยากเห็นประเทศชาติเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน คือ การเมืองที่สงบ ปราศจาก ความขัดแย้ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาได้อย่างยั่งยืน พรรคพลังประชารัฐในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำงานเพื่อตอบสนองประชาชนสมกับที่ประชาชนให้ ความไว้วางใจ หลายนโยบายได้รับการขับเคลื่อนและเดินหน้าทันที ไม่ว่าจะเป็น การสานต่อนโยบาย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, การช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงการบรรเทาผลกระทบด้าน เศรษฐกิจจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ปัจจุบัน เราเห็นว่าภารกิจต่างๆ ที่ได้เริ่มต้นไว้นั้น สำเร็จลุล่วงด้วยดีตามความตั้งใจแรกเริ่ม และพรรคพลังประชารัฐ ได้ก้าวผ่านมาถึงการเปลี่ยนแปลงในวันนี้

 

 จึงถือว่าภารกิจของเราสิ้นสุดแล้วในระดับหนึ่ง ความเหมาะสมในการบริหารงานเป็นเรื่องของช่วงเวลาและสถานการณ์ ซึ่งเราเองมีความภาคภูมิใจที่ได้ ทำหน้าที่ผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้นำพรรคผ่านสนามการเลือกตั้ง จนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ทำให้พรรคพลังประชารัฐ ได้มีโอกาสทำงานรับใช้ประชาชน ซึ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำให้เราตระหนักและ ระลึกอยู่เสมอว่า เราจะต้องทำงานช่วยเหลือประชาชน ให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับ วันนี้เราจึงขอประกาศว่า เราลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลัง ซึ่งการลาออกครั้งนี้ ไม่ได้มีความขัดแย้งแต่อย่างใด 

 

แม้กระนั้น เราก็ยังจะให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง ในฐานะประชาชนคน ไทยคนหนึ่ง เพียงแต่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเท่านั้น 2 สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ คือ การท าหน้าที่ฝ่ายบริหารภายใต้การนำและการบังบัญชาของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประเทศและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ คือ ผลกระทบด้าน เศรษฐกิจจากโรคระบาดโควิด-19 โดยตั้งเป้าหมายว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เป็นที่พอใจของ ประชาชนมากที่สุด โดยจะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนและทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน ขอบคุณประชาชนที่ให้การสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณผู้บริหารพรรค ส.ส. สมาชิกพรรค ที่ให้ การสนับสนุนพวกเรามาโดยตลอด การได้ร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐถือเป็นประสบการณ์ที่ดีเป็นความทรงจำที่ล้ำค่า ขอบคุณครับ 
นายอุตตม สาวนายน 
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ 
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ 
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล