มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ถึงเดือน

 

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ถึงเดือน

 

หากนับวันเวลาการเริ่มงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม คงนับหนึ่งเมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 วันที่นายกฯนำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ

 

อายุรัฐบาลเดินทางใกล้จะเต็มเดือน แต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. “เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเสียแล้ว

 

จึงกลายสภาพเป็นส.ส.ฝ่ายค้าน ซึ่งอยู่ในฝ่ายรัฐบาลไม่ถึงเดือนดี

 

แม้จะออกตอนนี้ แต่ภารกิจการส่งบิ๊กตู่ เป็นนายกฯ ก็สำเร็จลุล่วง รวมถึงผ่านวันแถลงนโยบายเรียบร้อย

 

ซึ่งในการอภิปรายในสภาคงได้เห็นฟอร์มของ “มงคลกิตติ์” ที่โชว์ฟอร์มได้ดีจนชาวบ้านตบไม้ตบมือให้ มีหลักมีการจนทำให้ลืมลุ๊คห้าวเป้งท้าตีท้าต่อยของศิษย์เก่าพระจอมเกล้าพระนครเหนือที่เขาเคยโอ้อวดผ่านโซเซียล

 

มิทันไร อย่างที่บอกว่ารัฐบาลไม่ถึงเดือนดี พรรคเล็ก ที่นำโดย “มงคลกิตติ์” เริ่มกระเง้ากระงอด ซึ่งอาการแบบนี้มีมาตั้งแต่ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว เพราะพรรคเล็กได้แค่มองพรรคอื่นหยิบชิ้นปลามัน ได้กระทรวงเกรดเอกันไปครอง ขณะที่พรรคเล็กไม่มีแม้เศษเนื้อโยนมาบ้างเลย

 

ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มือประสานสิบทิศของพลังประชารัฐ ต้องนัดเคลียร์ใจ ดับอาการแตกแถว

 

จนสยบคลื่นลมลงไปได้ สามารถทำคลอดรัฐบาล ลุงตู่ 2/1 มาได้

 

กระทั่งจบการฟอร์มรัฐบาล และเริ่มมีการแต่งตั้งข้าราชการเมือง ซึ่งพรรคเล็กก็น่าจะได้ส่วนแบ่งไปบ้าง แต่เหมือนไม่ถูกเหลียวแล ทำให้ “มงคลกิตติ์” ขออำลา มาเป็นฝ่ายอิสระ 1 เสียง เพราะพรรคพวกพรรคเล็กด้วยกันลอยแพ

 

“มงคลกิตติ์” ยังบอกว่า แม้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะส่งคนสนิทนอกเหนือจากร.อ.ธรรมนัส มาเคลียร์ใจ แต่เขายืนยันหนักแน่นไม่เปลี่ยนใจแน่นอน

 

เพราะคำพูดย่อมเป็นนาย หากครั้งนี้ “มงคลกิตติ์” เปลี่ยนท่าทีไปศิโรราบกับตำแหน่งเพียงเล็กน้อย เขาก็อาจถูกชาวบ้านตราหน้าได้

 

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ล้วนถูกมองเรื่องการต่อรองตำแหน่ง

 

สำหรับประวัติ มงคลกิตติ์ หรือชื่อเล่นว่า เต้ ก่อนจะกระโดดเข้าแวดวงการเมือง เขาไต่ระดับมาจากการเป็นนักร้อง(เรียน) เคยเป็นเลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแห่งชาติ (ภตช.)

 

โดยในแต่ละเรื่องที่เขาเคลื่อนไหว มักจะสร้างประเด็นให้เป็นที่น่าสนใจ หรือออกไปในแนวสร้างประเด็นแรงๆ ท้าชนกับฝ่ายผู้มีอำนาจ

 

ที่ผ่านมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองในทางตรงข้ามกับพล.อ.ประยุทธ์ มาโดยตลอด หรือล่าสุด กับวาทกรรม “หน้าด้าน” คงเป็นปราการสุดท้ายที่ทำให้เขาร่วมรัฐบาลได้ยากขึ้น เมื่อเอ่ยปากแบบนี้ออกไป กลับลำข้างๆคูๆคงลำบาก ความสัมพันธ์ที่ฝ่ายรัฐบาลจะง้องอนเป็นศูนย์ทันที

 

จึงเป็นเพียง 1 เสียงที่เดินจากมา เพื่อมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ

 

จุดนี้อาจทำให้ได้ทำงานด้านการตรวจสอบที่ถนัด

 

และอาจกลายเป็นดาวสภาก็ได้