มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ถึงเดือน
วันที่เผยแพร่ วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2562 เวลา 13:59 น.

 

มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่ถึงเดือน

 

หากนับวันเวลาการเริ่มงานของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม คงนับหนึ่งเมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 วันที่นายกฯนำครม.เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ

 

อายุรัฐบาลเดินทางใกล้จะเต็มเดือน แต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. “เต้” มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเสียแล้ว

 

จึงกลายสภาพเป็นส.ส.ฝ่ายค้าน ซึ่งอยู่ในฝ่ายรัฐบาลไม่ถึงเดือนดี

 

แม้จะออกตอนนี้ แต่ภารกิจการส่งบิ๊กตู่ เป็นนายกฯ ก็สำเร็จลุล่วง รวมถึงผ่านวันแถลงนโยบายเรียบร้อย

 

ซึ่งในการอภิปรายในสภาคงได้เห็นฟอร์มของ “มงคลกิตติ์” ที่โชว์ฟอร์มได้ดีจนชาวบ้านตบไม้ตบมือให้ มีหลักมีการจนทำให้ลืมลุ๊คห้าวเป้งท้าตีท้าต่อยของศิษย์เก่าพระจอมเกล้าพระนครเหนือที่เขาเคยโอ้อวดผ่านโซเซียล

 

มิทันไร อย่างที่บอกว่ารัฐบาลไม่ถึงเดือนดี พรรคเล็ก ที่นำโดย “มงคลกิตติ์” เริ่มกระเง้ากระงอด ซึ่งอาการแบบนี้มีมาตั้งแต่ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว เพราะพรรคเล็กได้แค่มองพรรคอื่นหยิบชิ้นปลามัน ได้กระทรวงเกรดเอกันไปครอง ขณะที่พรรคเล็กไม่มีแม้เศษเนื้อโยนมาบ้างเลย

 

ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ มือประสานสิบทิศของพลังประชารัฐ ต้องนัดเคลียร์ใจ ดับอาการแตกแถว

 

จนสยบคลื่นลมลงไปได้ สามารถทำคลอดรัฐบาล ลุงตู่ 2/1 มาได้

 

กระทั่งจบการฟอร์มรัฐบาล และเริ่มมีการแต่งตั้งข้าราชการเมือง ซึ่งพรรคเล็กก็น่าจะได้ส่วนแบ่งไปบ้าง แต่เหมือนไม่ถูกเหลียวแล ทำให้ “มงคลกิตติ์” ขออำลา มาเป็นฝ่ายอิสระ 1 เสียง เพราะพรรคพวกพรรคเล็กด้วยกันลอยแพ

 

“มงคลกิตติ์” ยังบอกว่า แม้ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะส่งคนสนิทนอกเหนือจากร.อ.ธรรมนัส มาเคลียร์ใจ แต่เขายืนยันหนักแน่นไม่เปลี่ยนใจแน่นอน

 

เพราะคำพูดย่อมเป็นนาย หากครั้งนี้ “มงคลกิตติ์” เปลี่ยนท่าทีไปศิโรราบกับตำแหน่งเพียงเล็กน้อย เขาก็อาจถูกชาวบ้านตราหน้าได้

 

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ล้วนถูกมองเรื่องการต่อรองตำแหน่ง

 

สำหรับประวัติ มงคลกิตติ์ หรือชื่อเล่นว่า เต้ ก่อนจะกระโดดเข้าแวดวงการเมือง เขาไต่ระดับมาจากการเป็นนักร้อง(เรียน) เคยเป็นเลขาธิการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแห่งชาติ (ภตช.)

 

โดยในแต่ละเรื่องที่เขาเคลื่อนไหว มักจะสร้างประเด็นให้เป็นที่น่าสนใจ หรือออกไปในแนวสร้างประเด็นแรงๆ ท้าชนกับฝ่ายผู้มีอำนาจ

 

ที่ผ่านมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองในทางตรงข้ามกับพล.อ.ประยุทธ์ มาโดยตลอด หรือล่าสุด กับวาทกรรม “หน้าด้าน” คงเป็นปราการสุดท้ายที่ทำให้เขาร่วมรัฐบาลได้ยากขึ้น เมื่อเอ่ยปากแบบนี้ออกไป กลับลำข้างๆคูๆคงลำบาก ความสัมพันธ์ที่ฝ่ายรัฐบาลจะง้องอนเป็นศูนย์ทันที

 

จึงเป็นเพียง 1 เสียงที่เดินจากมา เพื่อมาเป็นฝ่ายค้านอิสระ

 

จุดนี้อาจทำให้ได้ทำงานด้านการตรวจสอบที่ถนัด

 

และอาจกลายเป็นดาวสภาก็ได้