เที่ยว "น้ำตกหงาว" เมืองรอง ระนองไง
วันที่เผยแพร่ วันพุธที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2562 เวลา 10:30 น.

 

อุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว เดิมชื่อ อุทยานแห่งชาติคลองเพรา มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 417,500 ไร่ หรือ 668 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมที่ดินป่าละอุ่น และป่าราชกรูด ในท้องที่อำเภอละอุ่น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง และที่ดินป่าทุ่งระยะ ป่านาสัก ป่าเขาตังอา ป่าคลองโชน ป่าพะโต๊ะ ป่าปังหวาน และป่าปากทรง อำเภอสวี อำเภอหลังสวน และอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2542 นับเป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 93 ของประเทศ

 

ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีที่ราบน้อยมาก เทือกเขาเป็นทิวยาวในแนวเหนือ-ใต้ มีเขาแดนและเขาห้วยเสียด เป็นยอดเขาสำคัญ โดยมียอดเขานมสาว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูง 1,089 เมตรจากระดับน้ำทะเล สันเขาที่เป็นแนวยาวแบ่งเขตจังหวัดระนองกับจังหวัดชุมพรนั้นยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญ ทั้งคลองสวี คลองเพรา คลองตะโก และคลองหลังสวน ในจังหวัดชุมพร คลองละอุ่น คลองระวิ คลองหาดส้มแป้น คลองบางริ้น คลองหงาว และคลองราชกรูด ในจังหวัดระนอง

 

สภาพป่าในพื้นที่อุทยานฯ น้ำตกหงาว ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบชื้น มีดอกโกมาชุม ดอกไม้ประจำจังหวัดระนอง เป็นกล้วยไม้ชนิดหนึ่งชื่อว่าเอื้องเงินหลวง จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม กลีบสีขาวแต้มสีเหลืองอ่อน ตรงกลางของดอกโกมาชุมนั้นสวยงามมาก บนผืนป่าของอุทยานฯ แห่งนี้ยังมี ปูเจ้าฟ้า เป็นปูชนิดใหม่ของโลก พบครั้งแรกที่น้ำตกหงาว ลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนปูน้ำจืดทั่วๆ ไป กระดองและก้ามจะเป็นสีขาว ส่วนปาก เบ้าตา และขาทั้งสี่คู่ เป็นสีม่วงดำ มาเที่ยวอุทยานฯ น้ำตกหงาว ต้องไม่พลาดให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ นำทางไปชมให้ได้

 

ด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของอทุยานฯ น้ำตกหงาว ทำให้ภายในพื้นที่ของอุทยานฯ แห่งนี้มีสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติมากมายให้คุณได้เลือกชม โดยเฉพาะน้ำตกสวยน้ำตกแรกที่คุณไม่ควรพลาดเลยก็คือ น้ำตกหงาว เป็นน้ำตกคู่เมืองระนอง อยู่ภายในที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางเดินผ่านผืนป่าดงดิบสมบูรณ์ประมาณ 500 เมตร ก็ถึงน้ำตกชั้นล่างแล้ว สายน้ำสีขาวใสจะไหลตกลงมาจากหน้าผาสูงชันเป็นเกลียวสวยงาม และที่น้ำตกหงาวแห่งนี้ ยังเป็นแหล่งอาศัยของปูเจ้าฟ้า และดอกโกมาชุม หรือเอื้องเงินหลวง ที่จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก www.ท่องทั่วไทย.com