"ปิยบุตร" ยัน 70 สส.ยกมือตามมติพรรคอนค.
วันที่เผยแพร่ วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2562 เวลา 11:29 น.

 

"ปิยบุตร" ยัน 70 สส.ยกมือตามมติพรรคอนค. ไม่กังวลลูกพรรคแหกมติโหวตสวน งบฯ63

 

วันที่ 18 ต.ค. ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย  นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์หลังเสียงส่วนใหญ่ของพรรคโหวตไม่รับร่างกับพระราชกำหนดโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ 2562 ว่า หลังจากนี้ต้องไปว่ากันในพรรคและภายในกรรมการบริหาร(กก.บห.)พรรค แต่ที่แน่ๆ ต้องยืนยันว่า มติพรรคที่ออกไปแล้ว 70 เสียงของส.ส.ที่โหวตไม่เห็นด้วยนั้น มาจากการประชุมร่วมกันเป็นเวลา 3 วัน ทั้งตอนที่ไปสัมมนาที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ มีการอภิปรายแลกเปลี่ยนกันและเมื่อเปิดลงมติก็ได้มตินี้มา    

 

เมื่อถามว่า สาเหตุที่สส.บางคนโหวตสวนมติพรรคมีความเกี่ยวข้องกับปัญหาการส่งผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือไม่  นายปิยบุตร  กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการภายในพรรค เราจะไปคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ตนยืนยันว่าเราออกแบบพรรคอนาคตใหม่ โดยพยายามสร้างหลักประชาธิปไตยภายในพรรค คิดว่าเราเป็นพรรคการเมืองหนึ่งที่เปิดโอกาสให้กก.บห.พรรค และสส.ได้ถกเถียงและแลกเปลี่ยนในที่ประชุมอย่างเต็มที่ หลายครั้งมติพรรคที่ออกมาเสียงของหัวหน้าพรรคก็เป็นเสียงส่วนน้อย  มติดังกล่าวเกิดจากการอภิปรายอย่างหนัก และเพื่อให้พรรคเป็นมีความเป็นเอกภาพ  ตนขออนุญาตไม่บอกว่าระหว่างหารือใครเป็นเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย แต่ยืนยันว่า สส.ของเราเคารพมติพรรค ทั้งนี้ก่อนที่เราจะโหวตก็ไม่ได้พูดคุยหารือกับพรรคฝ่ายค้าน เพราะนี่คือจุดยืนของอนาคตใหม่ 

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า  กังวลหรือไม่ว่า อาจจะมีสส.โหวตสวนมติพรรคเรื่องร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563  นายปิยบุตร กล่าวว่า  ขอให้รอดูต่อไปเหตุการณ์ยังไม่เกิดแต่ส่วนตัวเชื่อมั่นในสส.อนาคตใหม่ เพราะทุกคนได้รับการเลือกตั้งมา 
เรามีพันธะผูกมัดกับประชาชน ที่ให้ความไว้วางใจผ่านการเลือกตั้ง ดังนั้นทุกคนจึงยึดมั่นในอุดมการของพรรคและผลประโยชน์ของประชาชน และร่วมต่อสู้ให้ถึงที่สุด ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีมติที่ชัดเจนการโหวตรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณ63  ยังอยู่ในช่วงการปรึกษาหารือ รอการประชุมสภาให้เสร็จก่อน


ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นการบริหารจัดการของพรรคเราอยากสร้างมิติใหม่ๆ ขึ้นมา เรื่องใดๆ ก็ตามไม่เฉพาะเจาะจงแค่การลงมติไม่อนุมัติ พ.ร.ก.ฉบับนี้เท่านั้น อยากให้มองเป็นเรื่องทั่วไป เพราะเราต้องการออกแบบกระบวนการทำอย่างไรให้สมาชิกพรรคได้สามารถถกเถียงได้อย่างเต็มที่ เสร็จแล้วก็ลงมติแล้วว่ากันไปตามเสียงข้างมาก และเคารพเสียงข้างน้อย ทิศทางแบบนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ดีของการเมืองไทย