"จตุพร" ประกาศพักไล่ "ประยุทธ์" ชั่วคราว หลังโควิดระบาดหนัก

 

ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประชาธิปไตย โดยเวลาประมาณ 16.00 น.กองบัญชาการตำรวจนครบาล  ได้จัดตั้งจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 เนื่องจากอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่กทม. จึงจัดเจ้าหน้าที่พยาบาลจากโรงพยาบาลตำรวจ มาทำการตรวจโดยการเจาะเลือดปลายนิ้ว หรือ แรบบิท เทส จำนวน 200 ชุด ซึ่งจะทราบผลภายใน 10 นาที

 

ด้านนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แนวร่วม นปช. เข้ารับการตรวจเชื้อคนแรก พร้อมกล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จัดจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ก่อนการชุมนุม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในพื้นที่การชุมนุม

 

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ชุมนุมได้จัดจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าออกอย่างเข้มงวดมีการตรวจวัดอุณภูมิ ล้างมือด้วยเจลล้างมือแอลกฮอล์จากนั้น เวลา17.00 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. และนายวีระ สมความคิด ได้เดินทางมาถึงพื้นที่ชุมนุม และเข้าตรวจโควิดตามมาตรการ

 

จากนั้นนายจตุพร ขึ้นเวทีปราศัยว่า สถานการณ์ โควิด- 19 ซึ่งมักจะมาพร้อมกับการชุมนุมทุกครั้ง รอบแรกมาจากทองหล่อมาจากระยอง ครั้งนี้ครั้งที่ 3 เหมือนกับครั้งแรกที่จากทองหล่อ ถามว่าใครจะต้องรับผิดชอบ คนประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมอำนาจมาที่ตัวเอง และศบค.ประเทศไทยจะไม่ระบาดครั้งที่ 2-3 เลย ถ้าพลเอกประยุทธ์ เป็นคนมีประสิทธิภาพและมีรับผิดชอบ

 

"ผมมาพูดกับพี่น้องว่าถ้าเราฝืนการชุมนุมต่อไป ซึ่งเดิมทีกะจะหยุดแล้วเริ่มหลังสงกรานต์ แต่เมื่อเกิดเหตุโควิด- 19 เราต้องแสดงวุฒิภาวะให้เหลือกว่าคนเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตลอดมาไม่เคยเกิดเหตุว่า โควิด-19 เกิดจากการชุมนุม แต่ถ้าเราไม่ปฏิบัติพวกนี้ก็จะผลักให้เราเป็นจำเลยสังคม เพราะที่จริงพวกเขาควรเป็นจำเลยสังคมเพราะอยู่ในความรับผิดชอบของพลเอกประยุทธ์"นายจตุพร กล่าว

 

และว่า ตนมอบหมายทนายความให้แจ้งความกลับเพื่อดำเนินคดีกับนายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (สภาผู้แทนราษฎร)  ฐานในข้อหาแจ้งความเท็จ กล่าวหาว่าตนได้หมิ่นมาตรา 112 บนเวทีเมื่อคืนวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อเอาผิดตามมาตรา 328,172 173 174

 

"กลไกรัฐต้องการตัดการชุมนุมของกลุ่มสามัคคีประชาชน ต้องการให้เราถูกดำเนินคดีมาตรา 112 และใช้กลไกปฏิบัติการไอโอ ทั้งที่เรามาเรื่องเดียวคือขับไล่พลเอกประยุทธ์ การการชุมนุมนั้นที่เราใช้ที่นี่ เพราะไม่ได้ต้องการให้คนมามาก พวกตนจะชุมนุมพันคนหมื่น หรือหลายแสนคนไม่ได้ยาก ถ้าจะระดมคนมา แต่ที่ปล่อยให้เป็นธรรมชาติ เพราะต้องการสื่อให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่สมควรอยู่เป็นนายกฯต่อไปแม้กระทั่งวันเดียว แต่ถ้าไม่ไล่พลเอกประยุทธ์ข้อเรียกร้องทุกข้อเรื่องรัฐธรรมนูญจะไม่ได้สักข้อ ขอให้พี่น้องทั้งหมดให้ความร่วมมือเขาระดมรายชื่อล้านชื่อก็ช่วยกัน ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน ส่วนที่มีข้อกล่าวหาว่าพวกผมมาลดเพดานนักศึกษาหรือไม่ ผมยืนยันว่าระบอบประชาธิปไตยสิ่งที่สวยงามที่สุดคือความแตกต่าง หลักการแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างทำให้เราสามารถเดินไปได้ ใครเชื่ออย่างไรให้ต่อสู้ตามความเชื่อนั้นแต่เราไม่ขัดแย้งกัน"นายจตุพร กล่าว

 

และว่า หลังสงกรานต์เราคงมีเรื่องราวอธิบายกันมากมาย ให้อดทนรอคอยการนัดหมายใหญ่ อีกไม่นานฉันทามติจากประชาชนจะบังเกิด ว่าคนในแผ่นดินนี้จำนวนมากต่างเปล่งเสียงว่าไม่เอาพลเอกประยุทธ์พร้อมๆกัน ระหว่างเทศกาลสงกรานต์ตนขอฝากไปทั้งสองฝ่าย ฝ่ายแรกคือกลไกรัฐ หากยังกล่าวหาบิดเบือนว่าคนที่มาเรียกร้องไห้พลเอกประยุทธ์ลาออกเป็นพวกล้มล้างสถาบัน ตนจะจัดหนัก หลังจากสงกรานต์ ฝ่ายที่สองคือซีกฝั่งเดียวกับพวกเรา เลิกติดกับเรื่องหยุมหยิม ให้มองการไปข้างหน้าว่าเรากำลังสู้อะไร

 

"วันปีใหม่ไทยกลับไปคิดว่าจะเอาประยุทธ์ออกก่อนหรือไม่ ถ้าประยุทธ์ยังอยู่รัฐธรรมนูญจะไม่ได้รับการแก้ไข มาตราเดียวก็จะไม่ได้ หลังสงกรานต์เราจะสื่อสารกับพี่น้อง ถ้าโควิดยังระบาดเราจะใช้ช่องทางโซเชียลนัดหมาย ถ้าโควิดเลิกระบาดแล้วจะเริ่มปฏิบัติการกันต่อ วันนี้เป็นวันดี พี่จะเตือนสติพลเอกประยุทธ์ วันนี้เป็นวันครบรอบ 29 ปีที่พลเอกสุจินดา คราประยูร ขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และอยู่ได้ 47 วัน ผมอยากบอกพลเอกประยุทธ์ว่าให้นับวันนี้เป็นต้นไปคุณก็ไม่น่าจะอยู่ได้เกินพลเอกสุจินดา ภายใน 47 วัน  ให้มั่นใจตัวเองไว้มากๆ ดูถูกประชาชนไว้มากๆ กล่าวหาประชาชนเอาไว้มากๆแล้วจะรู้ว่าวันนั้นนรกมีจริง"นายจตุพร กล่าว

 

จากนั้น นายจตุพร ประกาศยุติการชุมนุม และให้มวลชนแยกย้าย รอฟังสัญญาณจากแกนนำในการนัดหมายครั้งใหญ่หลังสงกรานต์