"ไทยดีไอแมชีน" ชวนคิดตรวจสอบก่อนแชร์ข่าวปลอม

 

DIRU นิเทศ จุฬาฯ เปิด “ไทยดีไอแมชีน” กระตุ้นสังคม ชวนคิดตรวจสอบก่อนแชร์ข่าวปลอม


 
“ไทยดีไอแมชีน” เว็บไซต์ตรวจสอบข่าวปลอมเปิดให้ประชาชนตรวจสอบข่าวปลอมได้ด้วยตนเอง ใส่ข้อความที่สงสัย กดคำสั่งตรวจสอบ ทราบผล ใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนแชร์ข่าว ช่วยชะลอการแพร่กระจาย ลดปัญหาข่าวปลอม กระตุ้นให้สามารถจัดการข่าวปลอมได้ด้วยตนเอง

 

รองศาสตราจารย์ พนม คลี่ฉายา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยฯ DIRU คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะนำผลงานวิจัยพัฒนาเว็บไซต์ตรวจสอบข่าวปลอม “ไทยดีไอแมชีน” (THAI D.I. MACHINE) เปิดให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้งานได้ผ่าน www.thaidimachine.org เป็นเครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบความเป็นไปได้เบื้องต้นว่าข่าวนั้นเป็นข่าวจริงหรือปลอมด้วยการวิเคราะห์ด้วยภาษา คำ ข้อความ (มิใช่การพิสูจน์ด้วยผู้เชี่ยวชาญ)  โดยผู้ใช้งานพิมพ์หรือคัดลอกคำ ข้อความข่าวที่สงสัยวางลงในกล่องข้อความตรวจสอบ กดปุ่มคำสั่งตรวจสอบแล้วรอสักครู่ เว็บไซต์จะแสดงผลการตรวจสอบให้ทราบ 5 ระดับ คือ ข่าวจริง ข่าวปลอม มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวจริง มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวปลอม และข่าวน่าสงสัย 

 

การตรวจสอบข่าวใช้หลักการตรวจสอบด้วยวิธีการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศจากข้อมูลขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ต โดยนำข้อมูลข่าวสืบค้นไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing) โดยเป็นการวิเคราะห์คำ ข้อความ ประโยค และวัดความคล้ายของข้อมูลข่าวสืบค้นเทียบกับข้อมูลขนาดใหญ่บนอินเทอร์เน็ต และประมวลผลข่าวที่มีความคล้ายกันสูงผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้เพื่อนำไปวิเคราะห์หาลักษณะข่าวและจำแนกข่าวว่าเป็น ข่าวจริง ข่าวปลอม มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวจริง มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นข่าวปลอม หรือข่าวน่าสงสัย ด้วยวิธีการเรียนรู้ของเครื่องแบบระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert System based Machine Learning) เป็นการใช้ฐานกฎหรือความรู้ (Rule Base or Knowledge) เกี่ยวกับข่าวในการจำแนกข่าว  ระบบผู้เชี่ยวชาญสามารถเรียนรู้ให้ฉลาดขึ้นจากข้อมูลข่าวที่สืบค้นเองอย่างต่อเนื่อง และข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญจะป้อนกลับข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวเข้าสู่เครื่อง เพื่อการเรียนรู้ข่าวที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการพัฒนาความสามารถในการตรวจสอบข่าวที่ถูกต้องและแม่นยำขึ้นตามจำนวนการตรวจสอบที่เพิ่มมากขึ้นจากผู้ใช้งาน รวมทั้งการเรียนรู้ปรับกฎด้วยตัวเครื่องเองจากการสืบค้นข่าวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง  

 


การแสดงผลตรวจสอบจะแสดงความเป็นไปได้ว่าเป็นข่าวจริงหรือปลอม พร้อมทั้งเสนอสรุปเนื้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ใช้งานได้นำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจด้วยตนเอง และยังเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่ตรวจสอบที่ผู้ใช้งานสามารถกดเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้อีก ผู้ใช้งานจะมีข้อมูลมากเพียงพอที่จะพิจารณาว่าควรจะเชื่อหรือส่งต่อข่าวนั้นหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเมนูใช้งานเพิ่มเติม คือ เมนูข่าวที่มีการพิสูจน์แล้วว่าเป็นข่าวปลอม ซึ่งได้รวบรวมข่าวที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นข่าวปลอมเพื่อให้ผู้ใช้สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ และยังมีเมนูข่าวที่ผู้ใช้งานตรวจสอบล่าสุดซึ่งจะแสดงประวัติการตรวจสอบข่าวที่ผู้ใช้งานตรวจสอบแล้วอีกด้วย 

 

การใช้งานจะสามารถกระตุ้นให้ประชาชนมีวิจารณญาณในการเปิดรับข่าวสารที่มีทั้งจริงและเท็จ ฉุกคิดเมื่อได้อ่านข่าว และหากสงสัยข่าวใดก็จะสามารถนำข้อความข่าวมาตรวจสอบได้ง่ายสะดวก เป็นการตรวจสอบข่าวก่อนจะส่งต่อ ซึ่งจะช่วยชะลอหรือลดการแพร่กระจายของข่าวปลอม ช่วยลดผลกระทบความเสียหายจากการแพร่กระจายและส่งต่อข่าวปลอมในวงกว้าง นอกจากนี้เครื่องมือตรวจสอบข่าว “ไทยดีไอแมชีน” ยังนำไปสู่การสร้างพฤติกรรมการตรวจสอบข่าวบนสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาข่าวปลอม

 

 

รองศาสตราจารย์ ดร. พนม คลี่ฉายา อธิบายเพิ่มเติมว่า “คณะวิจัยเริ่มต้นทำงานจากแนวคิดเบื้องต้นที่จะสร้างเครื่องมือตรวจสอบข่าวปลอมด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์คำและลักษณะของข่าวปลอม การวิจัยจึงเริ่มจากการวิเคราะห์คำ ภาษา และลักษณะขอบข่าวปลอม และการสำรวจการตอบสนอบต่อข่าวปลอมของประชาชน นำมาพัฒนาเป็น “ไทยดีไอแมชีน” ซึ่งมีความสามารถวิเคราะห์ข่าวปลอมได้ในระดับที่นำมาใช้งานได้ อย่างไรก็ตามความแม่นยำจะเพิ่มมากขึ้นจากที่คณะวิจัยจะปรับกฎวิเคราะห์ให้แม่นยำขึ้น ประกอบกับจำนวนผู้ใช้งานตรวจสอบข่าวที่เพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้เครื่องได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้นจนมีความฉลาดขึ้น ผลการตรวจสอบจะแม่นยำขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถขยายผลไปสู่การเป็นส่วนเพิ่มขยายสำหรับเว็บไซต์หรือโปรแกรมสืบค้นสารสนเทศอื่น ๆ ที่จะเพิ่มเติมคำแนะนำผลการสืบค้นที่น่าเชื่อถือ”

 

สำหรับทิศทางการพัฒนางานวิจัยต่อไป ในฐานะนักวิจัย รองศาสตราจารย์ ดร.พนม คลี่ฉายา กล่าวว่า “การวิจัยต่อไปจะมุ่งพัฒนาให้เครื่องเรียนรู้ (Learn) จนมีความแม่นยำขึ้น ด้วยการพัฒนาระบบการตรวจสอบให้แม่นยำและก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของข่าวปลอม และพัฒนาความสามารถขั้นต่อไปสู่เครื่องที่มีความเข้าใจ (Understanding) ข่าวปลอมมากขึ้น สามารถคิด วิเคราะห์ เข้าใจบริบทของข่าวปลอมได้เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่ง” 


“ไทยดีไอแมชีน” เป็นผลงานความร่วมมือด้านวิจัยของหน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านความรอบรู้ทางดิจิทัลและการรู้เท่าทันสื่อ (DIRU) คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับนักวิจัยจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ โดยการสนับสนุนเงินทุนวิจัยจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ตามยุทธศาสตร์การรับมือกับข่าวปลอม การสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายด้านฐานข้อมูลและเครือข่ายด้านวิชาการ ได้แก่ สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

ซี โฮลดิ้งส์ ควบรวม วายเจ แคปิตอล และ ไลน์ เวนเจอร์ส ตั้ง ซี เวนเจอร์ แคปิตอล


 
เปิดตัวกองทุนใหม่ 3 หมื่นล้านเยน ผงาดสู่ฐานะ CVC ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น หาโอกาสในการลงทุนทั่วโลก โดยเน้นที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


 
ซี โฮลดิ้งส์ คอร์ปอเรชั่น (Z Holdings Corporation หรือ ZHD) ประกาศในวันนี้ว่า วายเจ แคปิตอล อิงค์. (YJ Capital Inc. หรือ YJC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่อยู่ในงบการเงินรวมของ ZHD ได้ควบรวมกับ ไลน์ เวนเจอร์ส   คอร์ปอเรชั่น (LINE Ventures Corporation หรือ LVC) แล้ว โดย YJC เป็นฝ่ายรับช่วงการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ YJC จะเปลี่ยนชื่อบริษัทฯเป็น ซี เวนเจอร์ แคปิตอล คอร์ปอเรชั่น (Z Venture Capital Corporation หรือ ZVC) และจะเริ่มการดำเนินงานนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 


 
ZVC จะรวมการปฏิบัติงานด้านการลงทุนและกิจกรรมต่างๆ ในธุรกิจเงินร่วมลงทุนขององค์กร (Corporate Venture Capital – CVC) ทั้งของ ZHD และ ไลน์ คอร์ปอเรชั่น (LINE Corporation หรือ LINE) ไว้ด้วยกันหลังจากเสร็จสิ้นการควบรวมธุรกิจ*1 และจะเปลี่ยนผ่านสถานะเข้าสู่โครงสร้างองค์กรใหม่ของกลุ่ม ZHD ต่อไป

 

นอกจากนี้ ZVC ยังได้เปิดตัวกองทุน “ความร่วมมือด้านการลงทุน ZVC 1” (ZVC 1 Investment Partnership) มูลค่า 30,000 ล้านเยน ซึ่งทำให้ ZVC เป็นธุรกิจเงินร่วมลงทุนขององค์กรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น กองทุนนี้จะมุ่งเสาะหาโอกาสในการลงทุนทั้งในญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงเกาหลีใต้ สหรัฐฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


 
ในฐานะธุรกิจเงินร่วมลงทุนขององค์กรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ZVC จะเดินหน้าลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าของบริษัทสตาร์ทอัพและสร้างโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายซึ่งจะสร้างประโยชน์และเสริมความแข็งแกร่งให้กับทั้งบริษัทสตาร์ทอัพและกลุ่ม ZHD โดยรวม


 
“วันนี้ธุรกิจเงินร่วมลงทุน ของ Yahoo! JAPAN และ LINE เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว” นาย ชินิชิโระ โฮริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ ZVC กล่าว “เราสนับสนุนเงินทุนเพื่อการเติบโตของบริษัทสตาร์ทอัพและให้สิทธิ์เข้าถึง ระบบนิเวศของ ZHD โดยหวังที่จะได้ทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาบริการของเราและยกระดับสังคมในวันข้างหน้า บริษัท ZVC ใหม่ จะทำหน้าที่เป็นพันธมิตรที่จะช่วยกันสร้างสรรค์อนาคต

 

ขอบเขตการลงทุน การลงทุนในญี่ปุ่น เพื่อเป็นการเสริมกำลังตามเป้าหมายของ ZHD ในการเป็นบริษัทเทคโนโลยี AI ชั้นนำของโลกจากญี่ปุ่นและเอเชีย เราจะสร้างมูลค่าและพลังร่วมใหม่ๆ ผ่านการใช้เทคโนโลยีข้อมูลและ AI โดย ZVC จะมุ่งลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ เช่น การดูแลสุขภาพ (Healthcare) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ซอฟท์แวร์เพื่อธุรกิจ (B2B Software) และโอกาสการลงทุนต่างๆ ที่จะช่วยเติมเต็มธุรกิจหลักทั้ง 3 กลุ่มของ ZHD คือ การพาณิชย์ (Commerce) สื่อ (Media) และเทคโนโลยีการเงิน (Fintech)


 
ZVC มุ่งสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัทสตาร์ทอัพ โดยจะร่วมลงทุนในทุกระยะของการพัฒนาธุรกิจ ตั้งแต่ช่วงตั้งต้นและช่วงกลางตลอดไปจนถึงช่วงปลายของการพัฒนาสำหรับสตาร์ทอัพที่ต้องการขยายธุรกิจ นอกจากนี้ ZVC ยังมุ่งสร้างโอกาสผสานความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างบริษัทในพอร์ตโฟลิโอ และ ในระดับที่กว้างไกลยิ่งขึ้นในระบบนิเวศของกลุ่ม ZHD ตลอดจนสนับสนุนการขยายการดำเนินงานของพวกเขาในต่างประเทศ

 

ส่วนการลงทุนทั่วโลก ZVC จะเสาะหาโอกาสในการลงทุนทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่เกาหลีใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สหรัฐฯ และจีน และจะใช้แนวทางในการลงทุนที่ยืดหยุ่นตามแนวโน้มและองค์ความรู้ในตลาดท้องถิ่น ZVC ยังมีหลักการที่ไม่ยึดติดกับภาคธุรกิจใด (Sector-agnostic) แต่จะเน้นบางภาคธุรกิจ ตามวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เช่น อินเทอร์เน็ตเพื่อผู้บริโภค พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการเงิน และการเชื่อมต่อโลกออฟไลน์เข้ากับเทคโนโลยีออนไลน์/การคมนาคมขนส่ง (O2O/Mobility) ในขณะเดียวกัน ZVC     จะวิเคราะห์โอกาสลงทุนในด้าน AI วิทยาการหุ่นยนต์ เทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) และบล็อกเชนในตลาดที่มีความก้าวหน้า เช่น สหรัฐฯ


 
การสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพ ZHD เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น นำเสนอบริการต่างๆ มากกว่า 200 บริการในญี่ปุ่นและมีพนักงานมากถึง 23,000 คน กลุ่ม ZHD จะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากระบบนิเวศของตนที่ครอบคลุมทั่วโลกหลังจากการควบรวมการดำเนินงานระหว่าง ZHD และ LINE และจะมอบโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับบริษัทสตาร์ทอัพ


 
โอกาสด้านพันธมิตรธุรกิจ การแข่งขันกันเพื่อนำเสนอโครงการ และการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสการเป็นพันธมิตรธุรกิจระหว่างบริการต่างๆ ของกลุ่ม ZHD และบริษัทสตาร์ทอัพ การแบ่งปันองค์ความรู้ ZHD มีการดำเนินงานและความรู้ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคที่หลากหลายในธุรกิจสื่อ การพาณิชย์ และเทคโนโลยีการเงิน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อบริษัทในพอร์ตโฟลิโอของเรา


 
การสนับสนุนด้านการสร้างผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาด ZHD Group จะมอบโอกาสให้กับบริษัทสตาร์ทอัพที่นำเสนอโครงการผลิตภัณฑ์ต่อกลุ่มบริษัทฯ การสนับสนุนด้านการขยายธุรกิจในตลาดโลก ZHD จะสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัพที่ต้องการขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก โดยการใช้เครือข่ายขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมเกือบ 230 ประเทศและภูมิภาคที่มีการนำเสนอบริการต่างๆ ของ ZHD โดย ZHD  จะให้การสนับสนุนในหลากหลายมิติเพื่อการขยายธุรกิจในต่างประเทศและการเติบโตในระดับโลกทั้งการวิจัยตลาดต่างประเทศ องค์ความรู้ขั้นสูงในธุรกิจนั้นๆ และการสนับสนุนด้านเครือข่ายโดยรวมทั้งนี้เพื่อสร้างโอกาสของความร่วมมือทางธุรกิจ
 


AIS Academy จับมือพันธมิตรเปิด LearnDi พัฒนาทรัพยากรบุคคลสู่ความแข็งแกร่ง

 

ความสำเร็จของ "AIS Academy ตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปีที่สั่งสมองค์ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรจนมีความแข็งแกร่งและพร้อมที่จะใช้ศักยภาพความแข็งแกร่งของ AIS Academy พร้อมพันธมิตรชั้นนำในแวดวง" EdTech” สร้างความร่วมมือขับเคลื่อนการพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพของลูกค้าองค์กรให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเป็น Hub ด้านองค์ความรู้ชั้นนำของไทยกับ“ LearnDl by AIS Academy (บริษัท เลิร์นดิ จำกัด