ไทยล้ำสร้างนวัตกรรมใหม่ ช่วยเเพทย์และคนไข้ช่วงโควิด

 

สำนักงานนวัตกรรมแหงชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA สนับสนุนนวัตกรรมทางการแพทย์ช่วยบรรเทาโควิด-19 ทั้งระบบการแพทย์ทางไกล หรือ Telehealth คัดกรองและทดสอบการการติดเชื้อ หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ นวัตกรรม Smart Pulz และ Knock-down Airborne Infection Isolation Room

 

โดย Smart Pulz หรือ เครื่องมือวัดสัญญาณชีพ อัตราการเต้นของหัวใจระยะไกล แบบส่งข้อมูลถึงมือหมอด้วยระบบ IoT บนสมาร์ทโฟน มีจุดเริ่มต้นจากกรณีคนไข้มีอาการแย่ลงในช่วงที่แพทย์หรือพยาบาลไม่ได้ตรวจวัดสัญญาณชีพ ทำให้คนไข้บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิต ผู้คิดค้นจึงมองหานวัตกรรมที่จะช่วยให้พยาบาลสามารถติดตามสัญญาณชีพของคนไข้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องนั่งเฝ้า นพ.ณัฐวุฒิ ตันฑเทอดธรรม หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมดิออท กล่าวว่า ช่วงแรกใช้นวัตกรรม Smart Pulz กับผู้ในห้อง ICU ทั่วไปเท่านั้น แต่ในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ผู้คิดค้นเห็นว่าสามารถนำมาใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสผู้ป่วยติดเชื้อให้แก่แพทย์ และพยาบาลได้ เนื่องจากเป็นการทำงานผ่านระบบ IOT ซึ่งจะแสดงผลการตรวจวัดทั้งอุณหภูมิในร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ และการเคลื่อนไหว ผ่านระบบ Central Monitor และรายงานผลไปยังคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือของพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้ มีการนำระบบไปให้โรงพยาบาลทดลองใช้แล้วกว่า 25 แห่ง โดยส่วนใหญ่จะใช้ในหอผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 

 

 

ขณะที่ Knock-down Airborne Infection Isolation Room หรือ ห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ โควิด-19 อาการหนักแบบถอดประกอบได้ ใช้เทคโนโลยี Building Information Modeling (BIM) ในการออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง มีหลักการทางวิศวกรรมที่สำคัญคือ ควบคุมแรงดันห้องให้เป็นลบ และควบคุมทิศทางการไหลของอากาศภายในห้องผู้ป่วยไม่ให้แพร่กระจายใช้การกรองผ่าน HEPA Filter ใช้การเติมอากาศใหม่ในปริมาณที่เหมาะสม รวมทั้งจัดการอากาศเสียจากผู้ป่วยไม่ให้แพร่กระจายไปยังที่อื่น นายวรเสน ลีวัฒนกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัท วินด์ชิลล์ จำกัด  ผู้ผลิต ระบุว่า ขณะนี้บริษัทได้ติดตั้งห้องแยกผู้ป่วยอาการหนักแบบถอดประกอบได้ ในหลายโรงพยาบาล เช่น โรงพบาบาลรามาธิบดี  โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า  โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  สถาบันการแทพย์จักรีนฤบดินทร์ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

 

ด้าน ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กล่าวว่า ในปี 2564 NIA วางแผนพัฒนา “นวัตกรรมการแพทย์โยธี(YMID)” ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนานวัตกรรมการแพทย์ของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศษฐกิจและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการบริการ เทคโนโลยีการแพทย์ที่ทันสมัยของประชาชน โดยจะร่วมมือกับสตาร์ทอัพ นักลงทุน นักพัฒนาด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์ เพื่อลดต้นทุนในการนำเข้ายาและเครื่องมือทางการแพทย์จากต่างประเทศ พร้อมปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์และยกระดับมุมมองของมาตรฐานการแพทย์ไทยสู่มาตรฐานโลก สร้างการลงทุนด้านธุรกิจนวัตกรรมการดูแลสุขภาพ (Healthcare Business) ธุรกิจอาหารทางการแพทย์และผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ (Novel Food & Natural product) ธุรกิจนวัตกรรมการบริการทางการแพทย์ (Service platform)