All New Suzuki ERTIGA รถยนต์ 7 ที่นั่ง ราคา 655,000-695,000 บาท

ซูซูกิ เปิดตัว All New Suzuki ERTIGA พร้อมเครื่องยนต์ใหม่ 1.5 ลิตร ดีไซน์และฟังก์ชั่นที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ วัยทำงานด้วยราคาที่จับต้องได้ลงแข่งในตลาด คาดทำยอดถึงสิ้นปีได้กว่า 2 พันคัน

 

Suzuki ERTIGA เจนเนอร์เรชั่นแรกที่ได้เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2555 สามารถสร้างยอดขายสะสมจนถึงปัจจุบันได้กว่า 732,000 คันทั่วโลก  และ Suzuki ERTIGA เจนเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับ ERTIGA ให้ก้าวล้ำไปกว่าเดิม ซาโตชิ คาซาฮาระ หัวหน้าวิศวกรของ All New Suzuki ERTIGA เจนเนอเรชั่นใหม่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า All New Suzuki ERTIGA ถูกพัฒนาขึ้นให้เป็นรถ 7 ที่นั่ง ที่มีสไตล์และให้อารมณ์การขับขี่ การออกแบบตัวรถภายนอกตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) พร้อมด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นด้านข้างตัวรถ ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ ทันสมัย สะกดสายตา  กระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ดูดุดันเข้ากับเส้นสายการออกแบบด้านหน้า เสริมด้วยไฟตัดหมอกทรงกลม  สะดุดตาด้วยไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยขนาด 15 นิ้ว  

 

 

ภายในออกแบบให้ดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง พื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง โปร่งสบาย สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ พวงมาลัย D-shape ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพิ่มพื้นที่วางขามากขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วยบลูทูธ  เพิ่มความรู้สึกเรียบหรูแต่ดุดันด้วยคอนโซลลายไม้ อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ถึง 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start   สัมผัสกับความเย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง พร้อมช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น 

 

 

 

All New Suzuki ERTIGA ทรงพลังด้วยสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K15B 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 105/6,000 (แรงม้า/รอบต่อนาที) มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย ช่วงล่างทำจากเหล็ก High Tensile  เชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อความแข็งแกร่งและปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทนทานด้วยโครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้าทำให้ทนทานต่อการสึกหรอ ระบบ NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวนตลอดเส้นทาง มั่นใจในความปลอดภัยด้วยระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล ระบบ ESP ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX และ Top tether สำหรับเด็กอีกด้วย

 

วัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)  กล่าวว่า สำหรับ All New Suzuki ERTIGA เจนเนอเรชั่นนี้ ต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นครอบคลุมคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนคาดว่าจะมียอดขายรถรุ่นนี้ประมาณ 2,390 คัน จากเป้าหมายทุกรุ่นที่วางไว้ประมาณ 33,000 คัน แบ่งเป็น ซูซูกิ สวิฟท์ 15,910 คัน เซียส 8,930 คัน เซเลริโอ 2,330 คัน และแครี่ 3,440 คัน

 

 “คาดว่าเมื่อรถยนต์คันแรกจะเริ่มหายไปจากตลาด ลูกค้าเก่าโดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์จะหันกลับมาเลือกรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ราคาอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่แพงมากนักโดยรุ่น GL (AT) ราคา 655,000 บาท และ GX (AT) ราคา 695,000 บาท  ซึ่งราคาซูซูกิ เออร์ติก้าใหม่ มีขนาดใหญ่ขึ้น ราคาทั้ง 2 รุ่นก็น่าจะตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเราได้ ซึ่งราคาขายนี้ก็น่าจะแข่งขันกับรถยนต์ในกลุ่มบีคาร์ เอ็มพีวี และกลุ่มอีโคคาร์ ส่วนทิศทางตลาดรถยนต์รวมปีนี้น่าจะใกล้คียงกับปีที่แล้ว และเราจะเปิดรถรุ่นใหม่ 3 รุ่นนับรวมซูซูกิ เออร์ติก้าด้วย”

 


All New Suzuki ERTIGA ที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Radian Red, Magma Grey, Pearl White Snow และ Prime Cool Black โดยมี 2 รุ่น คือ GL (AT) และ GX (AT) พร้อมส่งมอบรถได้ตั้งแต่วันนี้ ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิกว่า 121 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ อีกทั้ง ซูซูกิจัดสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทดลองขับ All New Suzuki ERTIGA ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ   ทั่วประเทศ รับบัตรชมภาพยนตร์จำนวน 2 ที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2562

 


รุ่น GL (AT) ราคา 655,000 บาท

 

: กระจังหน้าโครเมียม                                

: ไฟหน้า โปรเจคเตอร์                                 

: ไฟท้าย LED                                          

: ปุ่มควบคุมระบบสั่งการโทรศัพท์บนพวงมาลัย  

: ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์ Bluetooth               

: ช่องเชื่อมต่อ  USB และ AUX                      

: ระบบปรับอากาศ บริเวณที่นั่งผู้โดยสารแถวหลัง 

: ช่องวางเครื่องดื่ม 8 ตำแหน่ง

: กล่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้ห้องเก็บสัมภาระ พร้อมฝาปิด-เปิด

: เครื่องยนต์ใหม่ K15B ขนาด 1.5 ลิตร

: แพลทฟอร์ม HEARTECT

: Hillhold Control

: ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP

: ABS และ EBD

รุ่น GX (AT) ราคา 695,000 บาท  

: ไฟตัดหมอกคู่หน้า                                     

: ไฟท้าย LED แบบ Light Guides                   

: มือจับประตูโครเมียม                              

: พวงมาลัยหุ้มหนัง                                    

: ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย                   

: Keyless Entry

: Keyless Push Start

: เบาะด้านคนขับปรับสูง-ต่ำ

: ช่องวางเครื่องดื่มบริเวณคอนโซลหน้า   ด้านล่างพร้อมช่องเป่าลมเย็น

 

ที่มา autospinn